2006/Apr/29

Section 24:

ก็เออเด่ะว่ะ! วายุลุกขึ้นยืนเดินไปเดินมา ปากก็เริ่มบ่นต่อ

ฉันพึ่งถอยรถป้ายแดงออกมาเมื่อเช้า พอตกเย็นกลับมีรอยขีดเป็นทางยาว แกคิดดูไอ้ต้น! เป็นแก...แกจะรู้สึกยังไง ยัยเด็กบ้าเอ๊ย!  ภาคีนัยยิ้มนิดๆ ใจเองก็รู้สึกเห็นใจพี่ตัวเองเหมือนกัน เป็นใคร...ถ้าเจอเข้าก็คงเสียความรู้สึกไม่น้อย

ผมก็คงรู้สึกอย่างเดียวกับพี่นั้นแหล่ะ แต่ผมว่า...ยัยเด็กอะไรของพี่อ่ะ แกอาจจะไม่ได้ตั้งใจก็ได้

สารวัตรหนุ่มพยายามแก้ตัว แต่ดูท่าทางพี่ชายเค้าจะอาฆาตแค้นไม่เลิก

ไม่ได้ตั้งใจ เจตนาอ่ะดิ อยากจะรู้จริงๆ ว่าขับรถเป็นรึป่าวว่ะ

ว่าแต่เค้า...แกเองก็ขับรถโคตรเก่งเลย ไอ้เต้ย! เสียงตะโกนด่าดังไล่หลังมาไม่ใช่เสียงใครนอกจาก พ.ท. นที เมธาธนานุกุล หรือ ตั้ม พี่ชายคนที่สองที่เดินเข้ามาในห้องนั่งลงบนโซฟาระหว่างน้องชายทั้งสองคน

มองหน้าน้องชายคนรองแล้วถอนหายใจ

แกเองก็ขับรถเร็วเกินไป ในซอยเล็กๆ แบบเนี้ย เหยียบไปได้...เกือบร้อย เกิดไปชนใครเค้าขึ้นมา จะทำยังไง เจอพี่ชายอบรมเข้า น้องชายคนรองก็เถียงไม่ออกนั่งเงียบเพราะไม่ใช่แค่นทีเท่านั้นที่ชอบว่าตน พิภพพี่ชายคนโตกับแม่นิรชาก็ชอบว่าตนเหมือนกัน เตือนเท่าไรก็ไม่ค่อยจะยอมฟัง นทีเริ่มบ่นต่อ

ดีนะว่าลูกเค้าไม่เป็นอะไร ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมา...แกจะมีปัญญาชดใช้เค้ารึป่าว ภาคีนัยได้ยินอย่างนั้นก็หัวเราะ พลางแซววายุ

ผมว่าพี่เต้ยนะ ชดใช้ได้แน่ มีสาวๆ พร้อมเสนอตัวเต็มที่ โดนน้องชายคนเล็กแซว วายุเริ่มร้องห้ามทันที

เฮ้ย!!!!! หยุดความคิดบ้าๆ ของแกเลยนะเว้ยไอ้ต้น ถึงฉันจะชอบทำตัวเจ้าชู้ เป็นเพลย์บอยแค่ไหน แต่แม่ของลูกต้องไม่ใช่แม่ผู้หญิงพวกนั้นแน่ๆ ขืนได้มาปวดหัวตายชัก นทีกับภาคีนัยส่ายหน้า เพราะกลัวว่าถ้าเอาเข้าจริงๆ แม่ของลูกของวายุอาจจะเป็นผู้หญิงพวกนั้นก็ได้ นทีจึงไม่อยากพูดต่อ เลี่ยงไปพูดเรื่องอื่น

แล้วแกจะทำยังไงกับรถ ไหนบอกว่าพรุ่งนี้จะขับไปโชว์แม่ไง นายทหารหนุ่มนอนเอนตัวพิงโซฟาอย่างสบายอารมณ์ ในขณะที่น้องชายยังหัวเสียไม่เลิก

ผมเองก็อยากให้แม่เห็น แต่รถมาเป็นแบบเนี้ย เซ็งเลย! ชายหนุ่มเดินไปเดินมาด้วยความเบื่อหน่าย

นทีนอนกอดอกพิงโซฟามองดูน้องชายที่เดินไปมา

แกก็ขับไปนั้นแหล่ะ ไอ้รอยนั้นนะ เดี๋ยวแกกลับมา ก็ค่อยไปทำก็ได้นี่หว่า รถมันยังอยู่ในช่วงประกันไม่ใช่เหรอ นทีเห็นน้องชายคนรองเริ่มมีอาการสงบลง ก็เริ่มสบายใจ วายุเป็นคนใจร้อน บทจะดีก็ดีจนใจหาย บทจะร้ายก็ร้ายจนน่ากลัว มักชอบทำอะไรตามใจตัวเอง จนไม่มีใครคุมได้ แต่คนที่จะห้ามปรามได้ก็มีแต่คนในครอบครัวเท่านั้น และยังมีนิสัยอย่างนึงที่แม่นิรชานั้นเอือมระอามากที่สุดคือเรื่องผู้หญิง เพราะความที่รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาที่คมเข้มดูดี คารมหวานทำเอาสาวๆ ตกหลุมรักมาหลายรายแล้วแต่สุดท้ายชายหนุ่มก็ไม่มีใครเป็นตัวเป็นตนสักที ต่างกับน้องชายคนเล็กที่รายนี้ถึงจะดูท่าทางภายนอกจะเป็นคนใจร้อน แต่ใจเย็นกว่าวายุหลายเท่า ยิ่งเรื่องอะไรที่มันยาก ละเอียดและซับซ้อนแค่ไหน ความใจเย็นของภาคีนัยก็สามารถจัดการได้เสมอ แต่อย่าให้อะไรไปกระตุ้นต่อมโมโหเข้าล่ะ เพราะถ้าลองได้เข้าไปโดนแล้วล่ะก็...อวัยวะอาจไม่ครบ 32 กลับมาก็ได้

สักพักพ่อบ้านชัยยะก็ยกน้ำเข้ามาให้ภาคีนัย สารวัตรหนุ่มสังเกตเห็นว่า คุณพ่อบ้านแกเข้าใจ เดินเข้ามาในช่วงเวลาที่สถานการณ์สงบลงพอเหมาะพอดี ภาคีนัยขอบคุณยกแก้วน้ำดื่มรวดเดียวหมดก่อนส่งให้พ่อบ้านคืน

นทีลุกขึ้นยืนยืดเส้นยืดสายก่อนหันไปพูดลอยๆ จงใจให้น้องชายสองคนได้ยิน

เฮ้อ! ดูบอลดีกว่า วันนี้มีปีศาจกับหงส์ สงครามแดงไม่ใช่เหรอว่ะ พูดไม่ทันจบน้องชายสองคนก็รีบวิ่งมานั่งจับจองที่หน้าทีวีอย่างรวดเร็วไม่เว้นแต่พ่อบ้านชัยยะที่แกบอกว่าขอตัวเอาแก้วน้ำไปเก็บก่อนแล้วจะรีบยกเสบียงมาสนับสนุน

(ผู้เขียน: คุณพ่อบ้านคนเนี้ย ช่างรู้ใจเจ้านายจริงๆ เลยนะค่ะ)

สงครามแดงกำลังจะเริ่มพอดี ไม่วายที่จะมีการพนันเล็กน้อยเกิดขึ้น (ผู้เขียน :การพนันไม่ดีนะค่ะ คุณหนูๆ อย่าเอาอย่าง ว่าแต่...ลงฝ่ายไหนดีอ่ะตัวเอง) ในหมู่สามพี่น้อง ฝ่ายวายุนั้นเชียร์ปีศาจแดง แต่อีกฝ่ายกลับเชียร์หงส์ และวายุก็เป็นคนเริ่มเงื่อนไขขึ้นมาก่อน

เอางี้ดีกว่า! ใครแพ้...พรุ่งนี้ขับรถคนๆ นั้นกลับบ้าน พร้อมเติมน้ำมันรถด้วยทั้งไปกลับ นทีกับภาคีนัยมองหน้าและยิ้มให้กันแล้วหันไปรับคำท้า วายุนั้นรู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาแต่กลัวเสียเชิงจึงยิ้มสู้ พ่อบ้านชัยยะเดินเข้ามาพร้อมเสบียง (Its beer แอนด์ กับแกล้ม) วายุหันไปหาสมัครพรรคพวกถามพ่อบ้านชัยยะว่าเชียร์ทีมไหน แต่คำตอบก็ทำเอาวายุหน้าซีด

หงส์ครับคุณเต้ย ได้ยินคำตอบชัดสองรูหู นทีกับภาคีนัยถึงกลับหัวเราะก๊าก วายุเริ่มใจฝ่อแต่ยังขอสู้ต่อยืนยันคำเดิม

...แล้วคุณผู้อ่านล่ะ คิดว่าทีมไหน ใครดูบอลปีศาลกับหงส์ สงครามแดงครั้งล่าสุดน่าจะตอบได้นะว่า ทีมไรชนะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ.......

..

P

.S. ช่วงนี้อาจจะหายหน้าหายตาไปบ้างเพราะกำลังอยู่ในช่วงใกล้ summer อาจจะไม่ได้เข้ามาโพสนิยายเลย แต่อย่าเพิ่งทอดทิ้งกันนะครับ ผมยังอยากมาโพสอยู่เพียงแต่ขอเวลาผมไปจัดการธุระส่วนตัวสักแป๊บนะครับแล้วจะกลับมาโพสใหม่

ยินดีรับข้อความ comment ทุกข้อความเสมอครับ

..................................

P.S. ถึงคุณเจ้าของเวบ

หลัง summer นี้ ไอ้เพื่อนรักของคุณก็เหลืออีกแค่เทอมเดียวก็จะสำเร็จการศึกษาแล้วนะครับท่าน ถึงแม้กระผมจะจบก่อน ท่านก็อย่าได้น้อยใจไป กำลังใจเล็กๆ น้อยๆ จากผมจะส่งไปให้ ขอให้ท่านเรียนจบไว้ๆ เหมือนกับผมนะครับ

\(^o^)/\(^O^)/\(^o^)/\(^O^)/\(^o^)/

สุดท้าย รับติว eng ฟรี ไม่คิดตอนนี้แต่กลับบ้านเราแล้วค่อยคิด

2006/Apr/29

Section 23:

ส่วนทางบ้านคู่กรณี...

ฮอนด้า แอคคอดสีดำ เลี้ยวรถเข้ามาจอดภายในโรงจอดรถข้างบ้านที่ตอนนี้มีโตโยต้า แคลมรี่สีเทา กับซีอาร์วี ป้ายแดงสีดำจอดอยู่ก่อนแล้ว พ.ต.ต. ภาคีนัย เมธาธนานุกุล เอี้ยวตัวไปหยิบเอกสารหลังรถก่อนจะลงจากรถและจัดการล็อครถเรียบร้อย สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับรอยขีดเป็นทางยาวข้างๆ รถซีอาร์วี สีดำที่จอดอยู่ข้างๆ รถของตัวเอง

นี้มันรถคันใหม่ของพี่เต้ยนี้หว่า! ไงเป็นงี้ว่ะ ชายหนุ่มละความสนใจ หอบเอกสารเดินเข้าบ้านไป ขณะนั้นชัยยะ พ่อบ้านและพ่อครัวประจำบ้านก็เดินออกมารับพอดี รูปร่างที่ดูอ้วนท้วมและสีผมที่เริ่มเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ไม่ทำให้ความคล่องแคล่วของชายผู้นี้เปลี่ยนไปเลยแกยังคงยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอ

กลับมาแล้วเหรอครับคุณต้น วันนี้กลับค่ำจังเลยนะครับ คำถามที่ถามจนเคยชิน ภาคีนัยยิ้มตอบ พ่อบ้านชัยยะพยายามจะเข้าไปช่วยถือของแต่ชายหนุ่มยกมือห้าม หันไปมองรอบๆ บ้านที่ดูเงียบเชียบ

ทำไมวันนี้บ้านเงียบจังเลยลุง เกิดอะไรขึ้นรึป่าวครับ สารวัตรหนุ่มหันไปถามพ่อบ้าน และได้รับคำตอบเป็นยิ้มแหยๆ ตอบกลับมา ดูจากท่าทางของลุงแล้วสงสัยวันนี้ต้องมีใครในบ้านอารมณ์ไม่ดีแน่ๆ และที่สำคัญอาจจะเป็นเจ้าของรถซีอาร์วี สีดำ ป้ายแดงคันนั้นก็ได้

เออ...คือ...วันนี้คุณเต้ย...อารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไรนะครับ คือว่ารถแกไปโดน...เออ... พ่อบ้านอึกอักเพราะตอนนี้เข้าหน้าลูกชายคนรองของบ้านนี้ไม่ติด อารมณ์เสียทีไรเป็นแบบนี้ทุกที ภาคีนัยอมยิ้มแล้วจึงค่อยหันไปปลอบพ่อบ้านชัยยะ

เอาล่ะลุง! ไม่ต้องพูดต่อแล้ว เดี๋ยวผมไปคุยกับพี่เค้าเองดีกว่า ตอนนี้อยู่ไหนแล้วล่ะครับ พ่อบ้านชี้ไปทางห้องนั่งเล่น สารวัตรหนุ่มจึงบอกให้พ่อบ้านไปทำงานอย่างอื่นส่วนตัวเค้าจะไปจัดการธุระให้เอง

ภายในห้องนั่งเล่นของตัวบ้าน ที่มีโซฟาขนาดใหญ่สีขาวปนเหลืองตั้งอยู่กลางห้อง ตรงกันข้ามมีทีวีจอยักษ์พร้อมด้วยโฮมเธียเตอร์ครบชุด ส่วนด้านหลังโซฟาเป็นหน้าต่างขนาดใหญ่ตรงมุมมีการหักมุมทางด้านซ้ายเล็กน้อยเพื่อให้ดูมีศิลป์ และมีประตูเปิดเข้าหาสวนย่อยหลังบ้าน ตรงบริเวณมุมห้องมีโซฟาแบบปรับเอนนอนได้ขนาดใหญ่วางอยู่ ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนนอนเหม่อมองท้องฟ้าอย่างไร้จุดหมาย ภาคีนัยหอบเอาแฟ้มวางไว้ที่เคาท์เตอร์ริมห้องก่อนจะเดินเข้าไปหา

เป็นไรพี่ หน้าตาไม่สบายเลย ชายหนุ่มทักก่อนค่อยๆ นั่งลงข้างๆ ชายหนุ่มที่นอนอยู่หันมามองนิดๆ ก่อนจะหันกลับไปมองท้องฟ้าอย่างเดิม วายุ เมธาธนานกุล ถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ

เบื่อ! เซ็งเว้ย! ชายหนุ่มตอบแต่สายตายังคงมองท้องฟ้าไปเรื่อยๆ

ไอ้ที่พี่เซ็งอ่ะ ใช่ไอ้รอยขีดเป็นทางยาวข้างรถพี่รึป่าว โดนสารวัตรพูดแทงใจดำ ทำเอาคนที่นอนอยู่ดีดตัวลุกขึ้นนั่งมองหน้าคนถามอย่างเอาเรื่อง

.....................................

2006/Apr/24

ภารกิจต่อไป

อ่าน&แปล journal 3 ปึก

+ หนังสืออีก 1 เล่มหนาๆ

แอ่ก ภาษาปะกิดทับ

ใกล้ตายแระ

ภารกิจต่อไปอีก

เข้าฟังบรรยายเรื่องสมุนไพร ที่คณะเภสัช

ตายเมื่อไหร่ จะเข้ามาบอก

เตรียมหลุมฝังไว้ให้ด้วยนะเคอะ

~(- -o) เหอะๆ (o- -)~



นัทธนิชา
View full profile