2006/May/18

Section 27:

เดี๋ยวสิ!!! ตาเต้ย!!! แม่ครับ!!!ลูกชายแม่ไม่รอให้แม่พูดต่อหรอครับ แม่นิรชาเห็นว่าไม่ได้รับคำตอบจากลูกชายทั้งสองคนจึงเริ่มหันไปเร่งลูกชายคนรองอีกคน แต่รายนี้มานิ่งๆ เงียบๆ พอเจอสายตาคนเป็นแม่เข้าก็ตอบทันที

ยังอีกนานครับแม่ เพราะยังไม่เจอคนที่ใช่ นทีพูดจบก็หันไปหยิบแซนวิชที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมากิน แม่นิรชาถอนหายใจ บ่นลูกชายคนรองต่อ

แล้วเมื่อไรจะเจอล่ะลูก แม่อยากจะอุ้มหลานจนเต็มแก่แล้วนะ นางพูดจบ ลูกชายคนรองที่กำลังดื่มน้ำอยู่ถึงกับสำลักน้ำทันที และท่าทางจะเห็นด้วยกับน้องชายทั้งสองคน ถ้าขืนยังนั่งอยู่แบบนี้มีหวังโดนตอนจนมุมอีกแน่ๆ ฉะนั้นต้องรีบเผ่นหนีเหมือนเจ้าสองคนนั้นซะก่อน

เออ...แม่ครับ เดี๋ยวผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะครับ แล้วค่อยลงมาทานข้าว ไปนะครับ พูดจบก็หอมแก้มแม่ทีนึงแล้ววิ่งหายไป แม่นิรชาจะเรียกไว้ก็ไม่ทัน ผู้พันนักรบผู้เป็นสามีถึงกับอมยิ้มให้กับท่าทางของภรรยาตนเอง ผู้เป็นภรรยาเริ่มบ่นให้สามีฟัง

เฮ้อ! พูดเรื่องนี้ทีไรเป็นแบบนี้ทุกที เผ่นหายกันไปหมดทุกคน นางเริ่มถอนหายใจ ฝ่ายสามีก็เริ่มปลอบใจ

เอาเถอะนะคุณ! ลูกเรามันพร้อมกันเมื่อไรก็เมื่อนั้นแหล่ะ อย่าไปบังคับมันเลย ภรรยาถอนหายใจ แล้วหันมามองหน้าสามี

แล้วเมื่อไรล่ะค่ะ ดูท่าทางจะไร้วี่แววทุกคน โดยเฉพาะตาต่อ รายนั้นยิ่งไม่ยอมสนใจใครเลยตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อวันนั้น นางเริ่มทำหน้าเศร้า สามีเห็นท่าทางไม่ดีก็รีบปลอบใจ

เรื่องแบบนั้นใช่ว่าจะทำให้คนเราลืมได้ง่ายๆ นะคุณ ถึงแม้ว่าเวลา...มันจะผ่านมานานแค่ไหนแล้วก็ตาม เป็นใคร...ก็ยากทีจะลืม... สามีนางเริ่มถอนหายใจ หันไปจับมือภรรยาให้กำลังใจ ผมเชื่อว่าอีกไม่นาน เจ้าต่อมันก็จะทำใจได้ และหันหน้ามายอมรับกับความจริง เพียงแต่ตอนนี้ลูกเราเค้ายังไม่พร้อมเท่านั้นเอง ให้เวลาเค้าหน่อยเถอะนะ เมื่อเห็นสีหน้าของภรรยาเริ่มคลายความกังวล ตัวผู้พันเองก็เริ่มเบาใจ แต่ก็ยังไม่คลายความสงสัยว่าเมื่อไร ลูกชายคนโตของตนจะลืมความเจ็บปวดนั้นได้ และใครกัน...ที่จะสามารถเข้ามารักษาแผลใจของลูกชายคนโตของตนได้ ยังไม่มีวี่แววเลย

...................................................................

2006/May/09

Section 26:

ภายในห้องนั่งเล่นของบ้านที่เป็นบ้านไม้ทั้งหลัง ประกอบกันแบบงานแฮนด์เมค ถึงจะดูเรียบแต่ดูมีสไตล์ออกแนวคันทรี่ มีหน้าต่างขนาดใหญ่ที่มองเห็นวิวทิวทัศน์ด้านนอกได้อย่างชัดเจน ถัดไปก็เป็นระเบียงไม้ที่มีพื้นที่กว้างพอที่จะออกไปนั่งสังสรรค์กันได้ ที่ตรงนั้นมีชายหญิงวัยกลางคนกำลังนั่งจิบกาแฟกันอยู่ แม่บ้านอุ่นเรือนพาชายหนุ่มทั้ง 3 คนมาถึงห้องนั่งเล่นและขอตัวไปดูอาหารในห้องครัวก่อน ชายหนุ่มทั้งสามเดินตรงมาที่ระเบียงที่ชายหญิงวัยกลางคนนั่งอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว หญิงคนดังกล่าวกำลังนั่งทำแซนวิชอยู่นั้นหันมาเห็นพอดีถึงกับเดินเข้าไปกอดชายหนุ่มทั้ง 3 คนทันที

มากันแล้วเหรอ 3 หนุ่ม ไหนขอแม่กอดหน่อยสิ แม่นิรชาสวมกอดลูกชายทั้งสามทีละคน โดยเฉพาะคนเล็กรู้สึกจะโดนหนักกว่าเพื่อน นทีและวายุเห็นว่าเป็นเรื่องปกติเพราะในบรรดาสี่คนพี่น้องคนที่น่าห่วงที่สุดคือ ภาคีนัย อาชีพที่ต้องเสี่ยงกับอันตรายเกือบตลอด 24 ชั่วโมงทำเอาคนเป็นแม่ห่วงลูกชายคนเล็กมากไม่ใช่น้อย แต่เพราะเห็นความตั้งใจและความแน่วแน่ของภาคีนัยที่ต้องการจะเป็นตำรวจเหมือนกับคุณตาที่เสียไป แม่นิรชาจึงไม่กล้าคัดค้าน หนำซ้ำสามีของนางกลับเห็นดีด้วยอีก ให้ท้ายลูกชายคนเล็กว่า ลูกเราเค้ามีความตั้งใจ เค้าอยากทำอะไรก็ให้เค้าทำไปเถอะ ถ้าสิ่งที่เค้าทำไปไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใคร 

แม่นิรชาเริ่มสำรวจลูกชายคนเล็กของนางอย่างละเอียด ทำเอาภาคีนัยทำหน้าเซ็งรีบจับมือแม่ไว้ก่อน

แม่คร๊าบ!!! ลูกชายของแม่ยังสบายดี ยังอยู่ครบ 32 ทุกอย่าง ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ

จะไม่ให้แม่ห่วงได้ยังไงกันล่ะ ออกไปจับผู้ร้ายทีไร ทำเอาแม่ใจหายทุกที เฮ้อ! เมื่อไรจะเลิกออกไปพะบู๊แบบนี้สักทีนะ ตาต้น! แม่ล่ะจะเป็นลมไม่รู้กี่รอบแล้ว นางว่าจบก็นั่งลงข้างๆ สามีที่นอนอมยิ้มกับท่าทางของภรรยาที่ดูเป็นห่วงลูกชายคนเล็กมาก

โธ่! คุณ ก็เจ้าต้นมันเป็นตำรวจ ไม่ให้มันออกไปจับผู้ร้ายแล้วจะให้มันไปจับอะไรล่ะ พูดไม่ทันจบคนเป็นสามีก็โดนภรรยาตีเพี๊ยะเข้าทีแขนเบาๆ วายุเดินเข้าไปกอดบ้าง ทำท่าน้อยใจ

โห! แม่ครับ ห่วงแต่ไอ้ต้นมันแล้วผมล่ะ ไม่ห่วงบ้างเหรอ ว่าแล้วก็ทำหน้าอ้อนเต็มที่ คนเป็นแม่เลยได้ทีต่อว่า

ห่วงสิ ทำไมแม่จะไม่ห่วง แม่ล่ะห่วงเราจริงๆ กลัวว่าจะคว้าแม่ผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้มาทำเมีย ได้คำตอบที่ชัดกระจ่างขนาดนี้ ทำเอาวายุยิ้มแหยๆ ไม่กล้าพูดต่อ นทีกับภาคีนัยหัวเราะยกใหญ่รวมทั้งผู้เป็นพ่อด้วยทำเอาวายุหน้ามุ่ยหนักกว่าเก่า แต่ก็ยังอ้อนผู้เป็นแม่ไม่เลิก

โธ่! แม่คร๊าบ ถึงลูกแม่คนนี้จะดูเจ้าชู้ เพลย์บอยแค่ไหน ผู้หญิงที่จะมาเป็นลูกสะใภ้บ้านนี้ต้องเป็นคนที่ครอบครัวของเรายอมรับได้กันทุกคนเท่านั้น โดยเฉพาะแม่ ชายหนุ่มพูดจบก็กอดแม่นิรชาไว้แน่น แม่นิรชาเองก็รู้อยู่แก่ใจเพราะวายุมักพูดเสมอ ต่อให้เค้าทำตัวเจ้าชู้แค่ไหน คนที่จะเข้าบ้านนี้ต้องคนที่บ้านเรายอมรับแล้วเท่านั้น

พูดถึงเรื่องผู้หญิง เมื่อไรจะหาลูกสะใภ้มาให้แม่สักทีล่ะ ทั้ง 3 คนเลยรวมทั้งพี่ชายเราอีก ไม่ทันทีแม่นิรชาจะพูดจบ ภาคีนัยก็ขัดขึ้นซะก่อน

เออผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนดีกว่านะครับ รู้สึกเหนียวตัวยังไงก็ไม่รู้ ไม่รอฟังคำตอบลูกชายคนเล็กของบ้านก็วิ่งหายเข้าไปในบ้านทันที วายุเองก็เริ่มรู้สึกเสียงสันหลังขึ้นมากลัวจะโดยต้อนจนมุมอีกคนรีบชิงหนีไปอีก

ผมก็เหมือนกันครับแม่ รู้สึกปวดเมื่อยตัวยังไงก็ไม่รู้ ขับรถคนเดียวมาตลอดทางเลย ขอตัวก่อนนะครับ

...................................

P.S. แบบว่า...คิดถึงคุณผู้อ่าน วันนี้ว่างก็เลยมาโพสนิยายให้อ่านนะครับ ผมหายไปแค่อาทิตย์เดียวก็อย่าเพิ่งลืมผมซะนะครับ คิดถึงคุณผู้อ่านเสมอ

นัทธนิชา

2006/May/08

Section 25:

ตามเส้นทางบนถนนสายมิตรภาพ ซีอาร์วี สีดำป้ายแดงกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดสระบุรี โดยที่มีสารถีเป็นสถาปนิกหนุ่มที่กำลังทำหน้ามุ่ย เพราะผลบอลเมื่อคืนนี้

(ผู้เขียน: ฮ่าๆๆ หงส์แดงชนะครับท่านผู้อ่าน) วายุบ่นกับตัวเองในใจว่าไม่น่าไปท้าพนันกับพวกนี้เลย สังหรณ์ใจอยู่แล้วว่ามันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ นทีนั่งอยู่ข้างคนขับเห็นน้องชายคนรองนั่งเงียบมาตลอดทางก็หาเรื่องชวนคุย

เป็นไรว่ะไอ้เต้ย ขับรถไม่ยอมพูดยอมจาเลยนะ นทียิ้มที่มุมปาก ยักคิ้วให้วายุ ชายหนุ่มหันมามองนิดๆ หน้ามุ่ยหนักกว่าเก่า (ผู้เขียน: อันนี้เค้าไม่เรียกว่าชวนคุย แต่ว่าจะชวนทะเลาะกันมากกว่ามั้งค่ะคุณพี่นที) ชายหนุ่มตอบปฏิเสธ แต่ภาคีนัยก็ขอแซวบ้าง

ไม่ยอมพูดยอมจา หรือว่าพูดไม่ออกกันแน่ครับพี่ ฮ่าๆๆๆๆๆ เจอภาคีนัยจี้จุดขนาดนี้ ทำเอาคนใจร้อนอย่างวายุทนไม่ไหว

เออออ! จะให้ฉันพูดอะไรได้ว่ะ ใครจะไปรู้ว่าช่วงนี้แมนยูฟอร์มตก โคตรเซ็งเลย วายุเริ่มบ่นเมื่อวานก็มีเรื่องชวนให้โมโห วันนี้ก็ยังมาเจออีก ทำเอาพี่ชายและน้องชายคำก๊ากกันยกใหญ่ วายุยังไม่เริ่มบ่นหันไปเล่นงานน้องชาย

ไอ้ต้น แกนะเชียร์แมนยูมาตลอด ไงตอนนี้มากลับลำเชียร์หงส์ได้ว่ะ ภาคีนัยหัวเราะยกใหญ่ เอนตัวพิงเบาะด้านหลังอย่างสบายอารมณ์ เพราะที่นั่งด้านหลังมีชายหนุ่มจับจองอยู่เพียงคนเดียว

ไอ้ตอนแรกผมก็กะว่าจะเชียร์แมนยูนั้นแหล่ะพี่ แต่เห็นว่าช่วงนี้แมนยูฟอร์มตก แถมพี่ก็ดันมาท้าพนันอีก ผมก็เลยชิงไปเชียร์ลิเวอร์พูก่อนไง เมื่อสถาปนิกหนุ่มได้รับคำตอบที่ชัดเจนถึงกัดกับฟันด้วยความเจ็บใจในความกะล่อนของน้องชายคนเล็ก ไอ้ตำรวจเจ้าเล่ห์! รู้งี้ไม่น่า...ไปท้าพนันมันไว้เลย!!!ต้องมาเป็นคนขับรถแถมต้องมาเสียค่าน้ำมันอีก โหย! ที่บ้านเรียกว่าซวย

(ผู้เขียน: ยังไม่จบ เค้าเรียกว่าซวยซ้ำซวยซ้อนค่ะ)

(วายุ: ขอบคุณครับ แต่ไม่ต้องเสริม รู้ตัว!)

(ผู้เขียน: อุ๊ย! ดูจังเลย พันธุ์ไรเนี้ย)

(วายุ: (-_-)

ชายหนุ่มตำหนิตัวเองในใจและสงสัยน้องชายคนเล็กว่า มันไปเจาะถังน้ำมันรถเราออกรึป่าวว่ะ ทำไมเมื่อเช้าเติมทีเกือบพัน ทำไมน้ำมันมันแพงจังเลยว่ะ วายุไม่อยากถามอะไรต่อเพราะกลัวโดนตอนจนมุมอีก จึงได้แต่นั่งเงียบตั้งใจขับรถต่อไป ปล่อยให้อีก 2 หนุ่มคุยกันอย่างมีความสุข

(ผู้เขียน: ช่วงนี้น้ำมันมันแพง เติมทีหลายพันก็เป็นเรื่องธรรมดาค่ะคุณพี่)

บริเวณบ้านไม้สองชั้นหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ภายในรีสอร์ททะเลดาว ซีอาร์วี สีดำก็แล่นเข้ามาจอดภายในโรงจอดรถข้างตัวบ้าน หญิงวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วมสวมเสื้อลูกไม้สีขาวกับผ้าถุงสีเลือดหมูเดินแกมวิ่งเขามาให้ชายหนุ่มทั้งสามคนที่กำลังลงมาจากรถ นทีวิ่งเข้าไปรับก่อนคนแรกยกมือไหว้หญิงผู้สูงวัยกว่า พร้อมด้วยน้องชายอีก 2 คน

ป้าอุ่นครับ ผมบอกแล้วไงว่าอย่าวิ่ง เกิดหกล้มขึ้นมาจะทำยังไงล่ะครับ คำถามที่แสดงถึงความเป็นห่วงเป็นใยทำเอาแม่บ้านประจำบ้านและแม่นมที่คอยดูแลลูกชายทั้ง 4 คนของเจ้าของไร่รีสอร์ททะเลดาวอย่าง แม่บ้านอุ่นเรือน ถึงกับน้ำตาคลอ นทีเข้ามากอดร่างอ้าวนท้วมนั้นอย่างคิดถึง ตามด้วยวายุอีกคน

ก็ป้าดีใจนิค่ะ ที่วันนี้คุณๆ จะกลับมาเยี่ยมบ้าน ดีใจจังที่พี่น้องจะได้อยู่พร้อมหน้ากันทุกคน ไปค่ะ! เข้าบ้านกันเถอะค่ะ พ่อเลี้ยงกับแม่เลี้ยงรอคุณๆ อยู่ แม่บ้านอุ่นเรือนพูดจบก็หันไปบอกเด็กๆ อีก 2 คนให้ยกกระเป๋าของชายหนุ่มทั้งสามขึ้นไปเก็บบนห้อง ส่วนตัวแกเองก็พาสามหนุ่มเข้าไปในตัวบ้านโดยมีนทีคอยประคองอยู่ข้างๆ

.



นัทธนิชา
View full profile