Section 28:
ภายในห้องนอนชั้นบนของลูกชายคนโต พิภพ เมธาธนานุกุล กำลังนั่งเคลียร์เอกสารอยู่บนโต๊ะทำงานอย่างใจจดใจจ่อ ร่างสูงผิวสีขาวเริ่มออกเปลี่ยนเป็นผิวสีเข้มเพราะความตรากตรำทำงานในไร่มานานหลายปี ชายหนุ่มในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์สีน้ำเงินที่ตอนนี้เริ่มมีสีซีดเหตุเพราะผ่านการทำงานในไร่และภายใน
รีสอร์ทมาอย่างแสนสาหัส สายตาของชายหนุ่มจับจ้องอยู่กับแฟ้มเอกสารภายในมือก่อนละสายตาไปจับจ้องที่หน้าจอคอมพิวเตอร์
ก๊อก!!!!....
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มละสายตาขึ้นมามองเล็กน้อยก่อนจะตอบออกไป
เชิญครับ ปากก็ตอบกลับไปแต่สายตานั้นยังจับจ้องที่หน้าจออยู่ ร่างอ้วนท้วมของคุณแม่บ้านประจำบ้านค่อยๆ เปิดประตูเข้ามาช้า ชายหนุ่มหันมายิ้มให้ในขณะที่ตัวเองกำลังง่วนอยู่กับข้อมูลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ แม่บ้านอุ่นเรือนมองลูกชายคนโตของบ้านแล้วได้แต่ถอนหายใจ ลากร่างอันอ้วนท้วมเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่นั่งอยู่ มือทั้งสองข้างวางลงบนไหล่ทั้งสองของชายหนุ่มจนชายหนุ่มต้องละสายตาหันมามอง
พักก่อนเถอะค่ะคุณต่อ ลงไปทานข้าวเถอะค่ะเดี๋ยวค่อยมาทำต่อ นะค่ะ น้ำเสียงอ่อนโยนในตอนท้ายทำเอาพิภพยอมจำนนแต่โดยดี ชายหนุ่มบอกแม่บ้านผู้สูงวัยว่าขอจัดการงานสักแป๊บนึงแล้วจะตามลงไป หญิงสูงวัยยิ้มรับคำและเดินออกจากห้องแต่สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับรูปที่วางอยู่บนชั้นหนังสือ รูปของพิภพกับหญิงสาวคนหนึ่งในชุดรับปริญญา ใบหน้าทั้งสองคนในรูปที่ยิ้มให้กันอย่างมีความสุข แม่บ้านผู้สูงวัยจ้องมองรูปที่ตั้งอยู่สลับกับมองไปที่ชายหนุ่มที่กำลังจัดการเก็บเอกสารบนโต๊ะ น้ำตาเริ่มคลอ แกคิดในใจว่าถ้าไม่เกิดเรื่องเมื่อวันนั้นป่านนี้พิภพคงมีชีวิตครอบครัวที่มีความสุขไปนานแล้ว พิภพจัดการเก็บเอกสารทั้งหมดจนเรียบร้อยและหันมายิ้มให้แม่บ้านหรือแม่นมของตัวเอง แม่บ้านอุ่นเรือนพยายามทำตัวให้เป็นปกติ นางยิ้มให้กับชายหนุ่มผู้เป็นเหมือนทั้งลูกทั้งหลานคนนึง ชายหนุ่มประคองแม่บ้านอุ่นเรือนออกจากห้องไป
บริเวณระเบียงไม้ อาหารทุกอย่างถูกจัดวางไว้บนโต๊ะอย่างสวยงาม แม่เลี้ยงนิรชากับพ่อเลี้ยงนักรบนั่งรออยู่ก่อนแล้ว วายุโผล่หน้ามาเป็นคนแรกเห็นจานกุ้งทอดสีเหลือง น่ากินวางอยู่ตรงหน้าก็รีบคว้าทันทีแต่ผู้เป็นแม่ไหวกว่าตีมือลูกชายคนรองดังเพี๊ยะ ทำเอาวายุหน้ามุ่ยทันที
เดี๋ยวเหอะนะ! ต่อเต้ย เอามือไม้สกปรกมาจับกับข้าวได้ยัง แม่นิรชาบ่น ลูกชายคนรองยกมือทั้งสองให้ดูทันที
คุณครูครับ ผมอาบน้ำ ล้างมือสะอาดแล้วนะครับ ไม่เชื่อดูสิครับคุณครู วายุล้ออาชีพเก่าของมารดา
เมื่อก่อนแม่นิรชาเคยเป็นคุณครูมาก่อนแต่สอนระดับประถม ชายหนุ่มจำได้ว่าแม่เป็นครูที่เข้มงวดมากๆ ขนาดว่าตนเองกับพวกพี่ๆ ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันกับแม่ซึ่งเป็นครูประจำชั้นแต่กิตติศักดิ์เรื่องความดู ความเฮี้ยบเนี้ย ลือเลื่องไปทั่วโรงเรียน ต่างกับคุณครูอีกคนที่เป็นเพื่อนรักของแม่ รายนั้นเป็นคุณครูสอนพวกวิชางานบ้านงานเรือน และเป็นคุณครูประจำห้องพยาบาล ใครๆ ก็รักและชอบแกทั้งนั้นแต่น่าเสียดายที่พอภาคีนัยเรียนจบไปได้ 2 ปีแกก็ขอลาออกไปช่วยครอบครัวทำงาน ทำให้ชายหนุ่มไม่รู้ว่าตอนนี้คุณครูใจดีคนนั้นไปอยู่ที่ไหนแล้ว
อดีตผู้พันนักรบหัวเราะในลำคอกับความล้อเลียนของวายุ ผู้สูงวัยจำได้ว่าตอนเด็กคนที่โดนภรรยาของตนเองตีบ่อยๆ คือ วายุ กับภาคีนัย แต่โดนตีบ่อยแค่ไหนก็จำสักทีจนผู้เป็นแม่ต้องยกธงขาวยอมแพ้ แต่เมื่อมาเห็นลูกชายทั้งสองคนนี้แล้วนางก็หายเหนื่อยเพราะลูกทุกคนไม่เคยทำตัวเหลวไหลเลยสักครั้ง ก็คงจะมีแต่วายุที่มีแต่เรื่องผู้หญิงแต่ก็วางใจเพราะลูกชายคนรองได้ให้คำมั่นสัญญาไว้แน่นอนแล้ว แม่นิรชาตีแขนลูกชายคนรองเบาๆ วายุเข้ากอดมาอ้อนก่อนจะเข้าไปนั่งประจำที่ ไม่นานชายหนุ่มทั้งสามคนก็ตามมาสมทบ ทุกคนนั่งทานข้าวกลางวันอย่างมีความสุข อดีตผู้พันนักรบกับภรรยาดีใจที่วันนี้ได้อยู่กับพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก ถึงแม่ว่าลูกๆ ของตนจะงานหนักงานยุ่งมากแค่ไหน ก็จะปลีกเวลามาเยี่ยมบ้านเสมอ เพียงแต่วันนี้เป็นวันที่พิเศษที่ทุกคนมากันพร้อมหน้าทำให้นึกถึงตอนเด็กๆ ที่อยู่นั่งกินข้าวด้วยกันแบบนี้