Section 27:
เดี๋ยวสิ!!! ตาเต้ย!!! แม่ครับ!!!ลูกชายแม่ไม่รอให้แม่พูดต่อหรอครับ แม่นิรชาเห็นว่าไม่ได้รับคำตอบจากลูกชายทั้งสองคนจึงเริ่มหันไปเร่งลูกชายคนรองอีกคน แต่รายนี้มานิ่งๆ เงียบๆ พอเจอสายตาคนเป็นแม่เข้าก็ตอบทันที
ยังอีกนานครับแม่ เพราะยังไม่เจอคนที่ใช่ นทีพูดจบก็หันไปหยิบแซนวิชที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมากิน แม่นิรชาถอนหายใจ บ่นลูกชายคนรองต่อ
แล้วเมื่อไรจะเจอล่ะลูก แม่อยากจะอุ้มหลานจนเต็มแก่แล้วนะ นางพูดจบ ลูกชายคนรองที่กำลังดื่มน้ำอยู่ถึงกับสำลักน้ำทันที และท่าทางจะเห็นด้วยกับน้องชายทั้งสองคน ถ้าขืนยังนั่งอยู่แบบนี้มีหวังโดนตอนจนมุมอีกแน่ๆ ฉะนั้นต้องรีบเผ่นหนีเหมือนเจ้าสองคนนั้นซะก่อน
เออ...แม่ครับ เดี๋ยวผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะครับ แล้วค่อยลงมาทานข้าว ไปนะครับ พูดจบก็หอมแก้มแม่ทีนึงแล้ววิ่งหายไป แม่นิรชาจะเรียกไว้ก็ไม่ทัน ผู้พันนักรบผู้เป็นสามีถึงกับอมยิ้มให้กับท่าทางของภรรยาตนเอง ผู้เป็นภรรยาเริ่มบ่นให้สามีฟัง
เฮ้อ! พูดเรื่องนี้ทีไรเป็นแบบนี้ทุกที เผ่นหายกันไปหมดทุกคน นางเริ่มถอนหายใจ ฝ่ายสามีก็เริ่มปลอบใจ
เอาเถอะนะคุณ! ลูกเรามันพร้อมกันเมื่อไรก็เมื่อนั้นแหล่ะ อย่าไปบังคับมันเลย ภรรยาถอนหายใจ แล้วหันมามองหน้าสามี
แล้วเมื่อไรล่ะค่ะ ดูท่าทางจะไร้วี่แววทุกคน โดยเฉพาะตาต่อ รายนั้นยิ่งไม่ยอมสนใจใครเลยตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อวันนั้น นางเริ่มทำหน้าเศร้า สามีเห็นท่าทางไม่ดีก็รีบปลอบใจ
เรื่องแบบนั้นใช่ว่าจะทำให้คนเราลืมได้ง่ายๆ นะคุณ ถึงแม้ว่าเวลา...มันจะผ่านมานานแค่ไหนแล้วก็ตาม เป็นใคร...ก็ยากทีจะลืม... สามีนางเริ่มถอนหายใจ หันไปจับมือภรรยาให้กำลังใจ ผมเชื่อว่าอีกไม่นาน เจ้าต่อมันก็จะทำใจได้ และหันหน้ามายอมรับกับความจริง เพียงแต่ตอนนี้ลูกเราเค้ายังไม่พร้อมเท่านั้นเอง ให้เวลาเค้าหน่อยเถอะนะ เมื่อเห็นสีหน้าของภรรยาเริ่มคลายความกังวล ตัวผู้พันเองก็เริ่มเบาใจ แต่ก็ยังไม่คลายความสงสัยว่าเมื่อไร ลูกชายคนโตของตนจะลืมความเจ็บปวดนั้นได้ และใครกัน...ที่จะสามารถเข้ามารักษาแผลใจของลูกชายคนโตของตนได้ ยังไม่มีวี่แววเลย
...................................................................