Section 6:
และในที่สุดความพยายามของกอหญ้าก็ประสบความสำเร็จ หญิงสาวพยายามทั้งยกทั้งลากกล่องเจ้าปัญหานั้นมาจนถึงห้องชมรมจนได้ในสภาพที่ค่อนข้างทุลักทุเลเอาการ อนุวัฒน์กับนิติกำลังวอร์มร่างกายอยู่ก็หันมาเห็นสภาพของเพื่อน สาวที่ตอนนี้นั่งหอบลิ้นห้อยอยู่ข้างๆ กล่องเสื้อชมรม
เฮ้ย! ตัวอะไรว่ะมานั่งหอบลิ้นห้อยอยู่หน้าห้องเนี่ย อนุวัฒน์เอ่ยแซว ก่อนหันไปยักคิ้วให้นิติเป็นทำนองถามว่าเห็นด้วยรึป่าว ชายหนุ่มดูเหมือนจะรู้กันอยู่แล้วจึงขอเอ่ยปากแซวบ้าง
ไม่รู้ว่ะ หมาหรือหมูว่ะ ไม่ทันขาดคำ คนที่นั่งหอบลิ้นห้อยอยู่นั้นก็ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งมองมาทางนิติอย่างกินเลือดกินเนื้อ ทั้งๆ ทีตัวเองก็ยังเหนื่อยหอบอยู่ไม่หาย
ว่าหมายังพอทน...แต่ว่าหมู ฉันยอมไม่ได้ กอหญ้ากำลังจะวิ่งเข้ามาจัดการเจ้าเพื่อนปากดีแต่ก็ไม่ทันเพราะศาสตราเรียกตัวไว้ก่อน
ทำอะไรว่ะไอ้หญ้า ไหนล่ะเสื้อ ไปเอามาแล้วหรือยัง ศาสตราถามขณะที่เดินจูงมือมาพร้อมกับอิงฟ้า กอหญ้าไม่ตอบเพราะยังเหนื่อยหอบอยู่ได้แต่ชี้ไปที่กล่องซึ่งวางอยู่หน้าห้อง อิงฟ้ามองกอหญ้าแล้วก็ต้องอมยิ้มผมเผ้าหลุดลุ่ย หน้าตาที่เต็มไปด้วยเหงื่อ ท่าทางกอหญ้าคงจะเหนื่อยน่าดู อิงฟ้าลูบหัวกอหญ้าแล้วเอ่ยปากชม
ขอบใจนะจ๊ะกอหญ้า คงจะเหนื่อยน่าดูเลยสิ ดูซิ!เหงื่อแตกไปทั้งตัวเลย ไปพักก่อนเถอะนะเดี๋ยวพี่จะให้นุกับติมาช่วยยกให้ กอหญ้าพูดไม่ออกได้แต่พยักหน้าแล้วขอตัวไปนั่งพักตรงที่นั่งข้างสนามฝึกซ้อม ศาสตราเรียกอนุวัฒน์และนิติให้มาช่วยกันยกกล่องเสื้อชมรมชายหนุ่มทั้ง 2 คนทำหน้าเบ้ไม่ยอมทำแต่พอเห็นศาสตรากำมัดเข้าหากันแล้วก็รีบลุกขึ้นวิ่งไปช่วยกันยกกล่องอย่างรวดเร็ว ศาสตรายืนกำกับลูกน้องอยู่ห่างในขณะเดียวกันก็หันไปมองอิงฟ้าที่ตอนนี้กำลังเตรียมน้ำดื่ม ผ้าขนหนูไว้ให้นักกีฬาหลังซ้อมเสร็จ อิงฟ้าดูเหมือนจะรู้ตัวก็เงยหน้าขึ้นมามองพอดีเห็นสายตาของศาสตราที่มองมาก็รู้สึกเขิน เสหันไปหยิบผ้าขนหนูผืนนั้นผืนนี้มาวางทับกันมาทำท่าทางไม่รู้ไม่ชี้ ชายหนุ่มที่ยืนมองคนรักของตนเองอยู่ก็รู้สึกชอบใจ อิงฟ้ามักเป็นแบบนี้เสมอเวลาที่ตนนั้นชอบจ้องมองหญิงสาวบ่อยๆ สบตากันได้ไม่นานอิงฟ้าก็ต้องหลบตาเค้าทุกทีแล้วหน้าก็จะแดงออกเป็นสีชมพูดนิดๆ หน้าแบบนี้แหล่ะที่เค้าชอบที่สุด กอหญ้ามองคนคู่นี้แล้วนึกอิจฉาพลางคิดในใจว่า พี่อาร์มเนี้ยก็รักพี่อิงดีจังเลยเนอะ เห็นบอกว่าคบกันมาตั้งแต่ตอนเรียนมัธยมจนมหาลัยแล้วก็ยังรักกันดีอยู่เลย พี่อาร์มก็ทั้งดีทั้งเก่ง เป็นขวัญใจของสาวๆ เกือบทั้งมหาลัย ในขณะที่พี่อิงก็ทั้งสวยทั้งน่ารัก เรียบร้อย เป็นถึงดาวของคณะ หนุ่มๆ ก็ตามจีบกันไม่เว้นแต่ละวันแต่พี่อิงกลับไม่สนใจ หญิงสาวไม่เห็นว่าอิงฟ้าจะรู้สึกกับผู้ชายคนไหนเป็นพิเศษนอกจากศาสตราเพราะทุกครั้งที่ศาสตราเข้าใกล้หรืออยู่ในระยะที่อิงฟ้ามองเห็น อิงฟ้าจะต้องรู้สึกเขินจนหน้าแดงทุกที ยิ่งตอนศาสตราเข้ามาใกล้ๆ กอหญ้าเคยเห็นอิงฟ้าแทบจะทำอะไรไม่ถูก อาการแค่นี้ใครๆ ก็รู้ว่า ทั้งสองคนรู้สึกต่อกันยังไง เพราะศาสตราก็มีอาการเช่นเดียวกันทุกทีที่อยู่ใกล้อิงฟ้า
สงสัยพอพี่อาร์มกับพี่อิงเรียนจบคงมีข่าวดีแน่ๆ เลย กอหญ้ามองแล้วถอนหายใจ จะมีสักกี่คู่ที่รักกันนานมากขนาดนี้จนถึงขั้นแต่งงานกันได้ ถ้าเป็นสมัยก่อนอาจจะไม่แน่ แต่เป็นสมัยนี้ท่าทางจะยาก เพราะเดี๋ยวก็มีรักแท้แพ้ใกล้ชิด รักแท้แพ้ระยะทาง ห่างกันไปใจก็ห่างกัน ต่างคนก็ต่างไปมีคนใหม่ กอหญ้าคิดในใจว่าถ้าเป็นตัวเธอเอง ต่อให้ไกลสักแค่ไหนเธอก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจจากคนที่เธอรักได้หรอก เพราะหน้าที่ของเราคือต้องซื่อสัตย์กับใจ เว้นเสียแต่คนที่เธอรักนั่นทรยศ หักหลังเธอ เธอจะเกลียดคนๆ นั้นไปตลอดชีวิต กอหญ้านั่งคิดไปนั่งคิดมาก็เริ่มรู้สึกง่วง ส่ายหัวไปมาเพื่อจะสลัดความง่วงออกแต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผล เพราะขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งเท้าคางมองเพื่อนๆ ที่กำลังซ้อมกันอยู่นั้น หญิงสาวก็ค่อยๆ เอนหัวลงนอนกับม้านั่งแล้วหลับไป
อ้าว! กอหญ้าหลับซะแล้ว ฮิๆๆ สงสัยจะเหนื่อยจนหมดแรงไปแล้วจริงๆ อิงฟ้าเดินเข้ามาดูใกล้ๆ พร้อมทั้งเอาเสื้อแจ็กเก็ตมาคลุมไว้ที่กระโปรงของหญิงสาวรุ่นน้อง (ป้องกันไว้ก่อนค่ะ นอนดิ้นไปดิ้นมาเดียวหวอออกไม่รู้ตัว) ศาสตราเห็นแล้วก็อดขำไม่ได้ เห็นกอหญ้าทั้งดื้อทั้งซนแบบนี้แต่พอให้ทำงานใหญ่ก็ทำได้ดีไม่มีที่ติ เรียกได้ว่าเป็นคนที่มีความสามารถก็ว่าได้ ดังนั้นศาสตราจึงไว้ใจกอหญ้าให้ช่วยเค้ากับอิงฟ้าทำงานได้อย่างไร้กังวล ชายหนุ่มมองร่างบางที่นอนอยู่โดยมีอิงฟ้านั่งอยู่ข้างๆ อิงฟ้าก็เป็นทั้งเพื่อนทั้งพี่ที่ดีให้กับเพื่อนๆ และรุ่นน้อง โดยเฉพาะเป็นคนที่พิเศษสำหรับเค้า (ไม่วายแอบหวานอีกแล้วนะค่ะพี่อาร์มขา)
ขณะที่ศาสตรากำลังมอบหมายให้อนุวัฒน์และนิติฝึกซ้อมพวกรุ่นน้องอยู่นั้น การันต์ก็เดินเข้ามาพร้อมชายหนุ่มอีก 2 คน ศาสตราหันมาเห็นพอดีจึงขอตัวสักครู่และเดินเข้ามาหาการันต์
เฮ้ย! ไอ้อาร์มนี้พี่ต้น คนที่พี่เนตรบอกว่าจะมาช่วยฝึกซ้อมให้พวกเราแทนพี่แกไง การันต์พูดจบ ศาสตรก็ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม สารวัตรหนุ่มโค้งศีรษะให้เล็กน้อย
ส่วนนั้นพี่เมฆ เป็นรุ่นน้องและเป็นลูกน้องพี่ต้น ชายหนุ่มก็ยกมือไหว้เช่นเดียวกับที่เมธาโค้งศีรษะให้เช่นกัน ศาสตราอึกอักไม่รู้จะเริ่มพูดยังไงก่อนดี พอคิดได้ก็ต้องขอบคุณเค้าก่อนที่อุตส่าห์สละเวลามา
เออ...ผมในฐานะประธานของชมรมต้องขอบคุณคุณ เอ๊ย! ผู้พัน เอ๊ะ!... จะเรียกยังไงดีว่ะ ชายหนุ่มทำหน้าเหยเกเพราะนึกคำพูดไม่ออก ภาคีนัยอมยิ้มในท่าทางสบายๆ
ไม่ต้องเป็นพิธีการหรอก เรียกผมเหมือนอย่างกับที่เพื่อนคุณเรียกนั้นแหล่ะ คิดซะว่าเราเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องก็แล้วกันนะ จะได้พูดคุยกันได้สะดวกขึ้น คุณเป็นรุ่นน้องไอ้เนตรก็เหมือนกับเป็นรุ่นน้องผมนั้นแหล่ะ
ชายหนุ่มยิ้มให้ ศาสตราเริ่มหายใจหายคอสะดวกขึ้น เพราะเค้าคิดอยู่เสมอว่าพวกนี้มักจะถือยศถืออำนาจมาก ขนาดแค่ยศนิดเดียวก็ยังต้องเรียกให้ซะใหญ่โต แต่คนนี้ดีแฮะ พูดคุยเป็นกันเอง ไม่ถือยศถือตัวเลยสักนิด
โอเคครับพี่ต้น ศาสตราค่อยหายใจหายคอคล่องกว่าเดิมจึงเริ่มพูดคุยกับภาคีนัยเรื่องการฝึกซ้อมดังกล่าว
..
P.s. เจ้าของบล็อคติดทำภาระกิจทำreport หัวบานอยู่ จะไม่ได้เข้ามาอีกอย่างน้อยๆ ก็
2 อาทิตย์