2006/Jan/29

อีกฟากหนึ่งของกรุงเทพฯ ภายในห้องทำงานที่แสนเย็นฉ่ำ บนโต๊ะทำงานที่มีเอกสารกองอยู่มากมาย รวมทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่หลายจุดภายในห้อง ถึงแม้ว่าภายในห้องอากาศจะเย็นสบายแค่ไหนคงไม่เท่ากับอุณหภูมิภายในตัวคนหลายคนภายในห้องนี้ที่กำลังเตรียมอาวุธปืนและอุปกรณ์ป้องกันตัวต่างๆ สำหรับการออกปฏิบัติการคราวนี้ รวมทั้งคนที่อยู่ภายในห้องมุมซ้ายสุดของห้องนี้ด้วย ห้องของ พ.ต.ต.ภาคีนัย เมธาธนานุกุล สารวัตรหนุ่มแห่งหน่วยปราบปรามพิเศษ

ชายหนุ่มกำลังสวมเสื้อเกราะกันกระสุนอย่างรวดเร็ว เอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักโต๊ะข้างตัวภายในมีปืนสั้นหลายกระบอก ชายหนุ่มเลือกหยิบปืนคู่กายซ่อนไว้ภายในเสื้อแจ็คเก็ตสีกรมท่า

สักพักชายดูมีอายุมากกว่าเดินเข้ามาภายในห้องทำความเคารพชายหนุ่มผู้นั้น บุรุษผู้ดูสูงสง่า ร่างกายที่มีกล้ามขึ้นเป็นมัดๆ เพราะผ่านการฝึกและออกภาคสนามมาหลายครั้งก้มหัวให้นิดๆ เป็นเชิงตอบกลับก่อนจะหันไปถามชายอีกคนหนึ่งด้วยน้ำเสียงดุดัน

พร้อมกันแล้วใช่มั้ย

ครับ ทุกคนพร้อมแล้วครับ ชายคนดังกล่าวตอบกลับแข็งขันด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

ชายหนุ่มพยักหน้ารับ

ดี งั้นเรารีบไปกัน ชายหนุ่มพูดจบก็เดินออกจากห้องไปพร้อมชายผู้เป็นลูกน้อง

บริเวณโกดังเก็บของย่านท่าเรือคลองเตย ชายคนหนึ่งสวมเสื้อยืดสีขาวทับด้วยแจ็คเกตสีดำ กางเกงยีสต์สีน้ำเงินเข้ม กำลังยืนอยู่กับชายอีก2-3 คนตรงบริเวณตู้คอนเทรนเนอร์ริมน้ำ ชายคนดังกล่าวยกนาฬิกาขึ้นมาดูหลายครั้งมีสีหน้าและท่าทางที่ร้อนรน

ในอีกฟากหนึ่งของท่าเรือ สารวัตรหนุ่มสั่งให้รถตำรวจทุกคันจอดรถห่างๆ เพราะไม่ต้องการให้คนร้ายรู้ตัวตามแผนการณ์ที่ได้วางไว้ก่อนหน้านี้ รถตำรวจทุกครั้งจอดรถตามคำสั่งก่อนจะหยิบอาวุธปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม

ชายอีกคนนึงวิ่งออกมาจากมุมของตู้คอนเทรนเนอร์เข้ามาหาชายหนุ่มทันทีที่เห็นรถตำรวจ ชายผู้นั้นทำความเคารพก่อนที่จะรายงานสถานการณ์

พวกมันยืนรออยู่ตรงริมน้ำทางทิศตะวันออกอยู่ 3 คน ห่างจากจุดนี้ไปประมาณ 200 เมตรได้ครับ ส่วนอีกกลุ่มสุ่มดูอยู่บริเวณทางออกหมายเลข 2 ของท่าเรือมีประมาณสัก 4-5 คนครับ

ชายผู้นั้นรายงานด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนที่ชายดูมีอายุอีกคนนึงจะวิ่งกระหืดกระหอบตามมาสมทบอีกที

ทางประตูหมายเลย 3 มีคนร้ายประมาณ 2-3 คนครับ และบนตู้คอนเทรนเนอร์มีอยู่ประมาณ 3-4 คนได้ครับ ชายดังกล่าวรายงานผู้บังคับบัญชาให้ทราบ สารวัตรหนุ่มมีสีหน้าคิดหนักก่อนที่จะเอ่ยออกมาว่า

พวกมันกะจะให้เราตกอยู่ในวงล้อมของพวกมันนะสิ สารวัตรภาคีนัยพยายามใช้ความคิดก่อนจะหันไปถามชายมีอายุดังกล่าว

จ่าฤทธิ์! คาดเดาว่าพวกมันจะมีสักกี่คน

สัก 14-15 คนเห็นจะได้ครับ จ่าฤทธิ์ตอบกลับไป

ดี!!! แม้มันจะเป็นจำนวนที่ไม่แน่นอนแต่เราก็พอรู้ตำแหน่งของพวกมันคร่าวๆ แต่ยังไงทุกคนก็อย่าประมาณเพราะพวกมันอาจสุ่มโจมตีอยู่ก็ได้ ชายหนุ่มสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดก่อนที่ทุกคนจะรับคำอย่างหนักแน่น

งานนี้เบื้องบนสั่งมาลุยได้เต็มที่พวกเรา ชายหนุ่มบอกกับเจ้าหน้าที่ทุกนายให้รับทราบโดยทั่วกันพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก ทุกคนในที่นั้นเองก็กระหายอยากจะออกรบเต็มที่แล้ว โดยเฉพาะจ่าฤทธิ์ ขานี้อยากจะลุยงานเต็มที่ แม้สังขารจะไม่ค่อยเอื้ออำนวยก็เถอะแต่ใจไม่เคยถอยอยู่แล้ว

สารวัตรหนุ่มกับลูกน้องอีก 2 คนค่อยๆ เดินลัดเลาะไปตามตู้คอนเทรนเนอร์อย่างช้าๆ จนกระทั่งเห็นชายชุดดำคนหนึ่งถืออาวุธปืนสงครามไว้ในมือ ภาคีนัยส่งสัญญาณให้กับลูกน้องของตนก่อนที่ชายหนุ่มที่ดูอายุน้อยกว่าอีกคนจะพยักหน้าและเดินออกไป

ตุ๊บ!!!!! อ๊าก!!!!ร่างของนายตำรวจหนุ่มอายุน้อยนั้นล้มลง ชายคนดังกล่าวจึงหันมาตามเสียงร้องนั้น และก็เห็นร่างของใครบางคนนอนอยู่กับพื้น ชายคนนั้นค่อยๆ เดินเข้าไปดูอย่างช้าๆ พร้อมกระชับอาวุธปืนในมือไว้แน่นและเล็งไปที่ร่างของคนที่นอนอยู่ตลอดไม่ให้คลาดสายตา เมื่อเดินไปถึงยังจุดนั้นก็ค่อยๆ มองดูร่างที่นอนอยู่ จังหวะนั้นเองสารวัตรหนุ่มก็โผล่ออกมาจากด้านหลัง

เฮ้ย! ไงพวก คนร้ายหันมาไม่ทันที่จะหันปากประบอกปืนมาใส่ชายหนุ่ม ภาคีนัยก็ใช้ปืนพกที่ติดที่เก็บเสียงยิงทะลุหน้าอกได้อย่างแม่นยำ จนชายคนนั้นแน่นิ่งไปกับพื้น ชายหนุ่มที่นอนอยู่ลุกขึ้นหยิบปืนออกจากเสื้อของตัวเองก่อนจะเช็คดูร่างอันไร้วิญญาณนั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน

ซี้แหงแก๋ ชัวร์ป๊าบครับสารวัตร นายตำรวจที่ดูมีอายุอีกคนเอ่ยขึ้นเพื่อช่วยลดความตึงเครียด สารวัตรหนุ่มกับลูกน้องอีกคนยิ้มให้นิดๆ ก่อนที่จะช่วยกันลากร่างชายดังกล่าวไปซ่อนไว้ และจัดการปลดอาวุธสงคราม และอุปกรณ์ที่ติดอยู่ตามตัวของคนร้ายออก ชายหนุ่มรุ่นน้องเอ่ยขึ้นเมื่อเห็น

โห! มันกะพกมาขายหรือไงว่ะ มีทั้งจุดสามห้าเจ็ด, 11มม., เอ็ม16 แล้วยังระเบิดอีก

ดูไปดูมามันก็เหมือนร้านขายอาวุธปืนเคลื่อนที่นั้นแหล่ะ ชายผู้มีอายุเอ่ยเล่นๆ ภาคีนัยส่ายหัวไปมาในความคิดของชายผู้นั้น เวลาแบบนี้ยังพูดเล่นกันอยู่ได้แต่มันก็เป็นนิสัยของพวกตนอยู่แล้วจะได้ไม่เครียดตอนทำงาน

พวกนี้มันทำได้ทุกวิถีทางเพื่อความอยู่รอด เอาล่ะ! เดินหน้าต่อไป ชายหนุ่มสั่งการ ลูกน้องทั้งสองคนรับคำ ก่อนที่จะวิ่งหายไปทางมุมตู้คอนเทรนเนอร์อีกฟากหนึ่ง

ภาคีนัยค่อยๆ ลัดเลาะไปตามตู้คอนเทรนเนอร์ช้าๆ เพราะรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวของคน มือกระชับปืนไว้แน่นจนเมื่อมาถึงมุมตู้ชายหนุ่มหยุดนิ่งก่อนที่จะวาดปากกระบอกปืนไปยังเป้าหมายๆ ก็ทำอย่างเช่นเดียวกัน แต่ไม่ใช่คนร้ายกลับเป็นลูกน้องของชายหนุ่มเอง

ไง ทางนั้นเรียบร้อยมั้ย ชายหนุ่มเอ่ยถาม

มีอยู่ด้วยกัน 3 คนครับ เสร็จไป 2 เจ็บสาหัสอีก 1 ตอนนี้คุ้มตัวไปส่งที่โรงบาลแล้วครับ

ชายหนุ่มพยักหน้ารับและก็ต้องหยุดชะงักเพราะได้ยินเสียงคนเดินไปมาบนตู้คอนเทรนเนอร์ ภาคีนัยยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามทุกคนให้เงียบก่อนที่จะหันไปทำสัญญาณสั่งรุ่นน้องที่ตามตนมาให้ขึ้นไปข้างบน ส่วนที่เหลือคอยดักสุ่มข้างล่าง นายตำรวจรุ่นน้องค่อยๆ ปีนขึ้นบนตู้ช้าๆ พบคนร้ายกำลังเดินถือปืนไปมาอยู่ข้างบนประมาณ 2 คน จึงโผล่หน้าทำสัญญาณบอกกับชายหนุ่มและเจ้าหน้าที่ที่รออยู่ข้างล่าง

มันมีสัก 4 คน แล้วหายไปไหนอีก 2 คนหว่า นายตำรวจที่ตามมาสมทบอีกคนบ่น ชายหนุ่มเองก็เห็นด้วย จึงกำชับทุกคนให้ระวังตัวเพราะอาจจะถูกซุ่มโจมตีได้ หลังจากนั้นก็ทำสัญญาณกับรุ่นน้องว่าจะตามขึ้นไปอีกฝั่งหนึ่ง นายตำรวจรุ่นน้องรับคำ

ทั้งสองคนค่อยๆ มองดุความเคลื่อนไหวของศัตรูอย่างช้าๆ ไม่ให้รู้ตัว แล้วเมื่อชายหนุ่มให้สัญญาณพร้อม ทั้งตนและรุ่นน้องก็ปีนขึ้นมาทันที โดยที่คนร้ายไม่ทันตั้งตัว

เฮ้ย! ตำรวจ คนร้ายพูดได้แค่นั้นก็ถูกกระสุนของนายตำรวจรุ่นน้องปลิดชีพทันที พร้อมด้วยคนร้ายที่เหลือก็โดนเช่นเดียวกัน นายตำรวจหนุ่ม 2 คนตรวจเช็คคนร้ายทั้งสองคนก่อนจะทำสัญญาณบอกคนข้างล่างว่าเรียบร้อยแล้ว

สารวัตรไม่กลัวว่าจะถูกลูกหลงผมเหรอ นายตำรวจรุ่นน้องเอ่ยเพราะถ้าเมื่อกี้ถ้าเค้าพลาดก็อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้

ถ้าอดีตนักแม่นปืนของโรงเรียนยิงพลาด ฉันยอมไปไถนาซะยังดีกว่า แล้วนายล่ะไม่กลัวว่าฉันจะพลาดบ้างหรือไง สารวัตรหนุ่มยิ้มขณะหยิบเอาอาวุธปืนของคนร้ายที่เหลือส่งให้กับพรรคพวกข้างล่าง

คำตอบเหมือนกับสารวัตรนั้นแหล่ะครับ ชายหนุ่มทั้ง 2 หัวเราะให้กันก่อนจะลงไปสมทบกับพวกของตน

ในที่สุดกลุ่มคนร้ายที่คอยดักซุ่มอยู่ห่างก็โดดเก็บไปหมดทุกคน ด้วยปฎิบัติการที่รวดเร็วและเงียบเฉียบของเจ้าหน้าที่ ทำให้เหลือคนร้ายอีก 3 คนนั้นก็คือพวกยืนรออยู่บริเวณริมน้ำ ชายคนที่ใส่เสื้อแจ็คเก็ตสีดำมีสีหน้าหงุดหงิดและรู้สึกถึงความเงียบผิดปกติจึงเอ่ยกับลูกน้องที่เหลือ

ทำไมมันเงียบอย่างนี้ว่ะ ลูกน้องที่ยืนอยู่อีกคนก็รู้สึกแปลกใจไม่ต่างกัน

นั้นสิลูกพี่ ดูมันเงียบๆ แปลกๆ พิกล

หรือว่าพวกเราจะโดนตำรวจจัดการแล้วพี่ ทันทีที่ลูกน้องอีกคนพูดจบ ชายคนที่เป็นหัวหน้าก็ถีบเข้าที่ท้องของลูกน้องคนนั้นทันทีจนหงายไปนอนกับพื้น

ไอ้เวร! ปากเสียแล้วน่ะมึง ไม่มีทางหรอกเว้ยที่ตำรวจจะรู้ ถึงรู้แต่ก็ต้องโดนพวกเราเก็บซะก่อนเพราะข้าวางกำลังไว้อย่างแน่นหนาหมดแล้ว พวกมันเข้ามาก็เหมือนตกอยู่ในวงล้อมของพวกเรานั้นแหล่ะ มีแต่ตายกับตาย ฮ่าๆๆๆๆๆ คนร้ายหัวเราะภูมิใจกับความคิดของตน โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้สถานการณ์มันกลับกัน

ลูกพี่!!! พวกไอ้เสี่ยวิชัยมาแล้ว ลูกน้องอีกคนชี้ไปที่เรือสปี๊ดโบ๊ตที่กำลังค่อยๆ แล่นเข้ามาหาอย่างช้าๆ ก่อนที่คนในเรือทั้งหมดจะออกมาพรอ้มกระเป๋าเจมส์บอนสีดำอีก 2 ใบ

ขอโทษทีที่ต้องปล่อยให้รอนาน ไหนล่ะของที่สั่ง ชายสวมแว่นตาสีดำสนิทเอ่ยขึ้น

ชายอีกคนที่ยืนรออยู่ก่อนสั่งให้ลูกน้องหยิบกระเป๋าดังกล่าวขึ้นมาและต่างฝ่ายต่างก็แลกกระเป๋าให้กันแหล่ะกัน หลังจากนั้นลูกน้องทั้งสองฝ่ายก็ตรวจเช็คของในกระเป๋า ในขณะเดียวกันชายหนุ่มพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนายก็เข้าล้อมกลุ่มคนร้าย นายตำรวจหนุ่มรุ่นน้องค่อยๆ วิ่งเข้ามารายงานการเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ในตอนนี้ให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

ตอนนี้ทุกคนพร้อมแล้วครับ ชายหนุ่มรับคำก่อนจะให้ไปมองรอบๆ บริเวณที่คนร้ายยืนอยู่ เจ้าหน้าที่ทุกคนประจำอยู่ที่จุดเรียบร้อยแล้ว เมื่อเห็นว่าทุกคนพร้อมแล้วสารวัตรหนุ่มจึงตะโกนบอกคนร้ายทันที

ทุกคนอย่าขยับ!!! นี้เจ้าหน้าตำรวจได้ล้อมตัวทุกคนไว้หมดแล้ว!!!!!!!!

ทันทีที่คนร้ายได้ยินต่างก็หยิบปืนที่ติดตัวมายิงตอบโต้ทันทีและบางส่วนก็เก็บของเตรียมหนีทันที ชายหนุ่มและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ยิงกระสุนใส่คนร้ายไม่ยั้ง จนกลุ่มคนร้ายที่รออยู่บนฝั่งก่อนหน้านี้ตายเรียบ ส่วนอีกกลุ่มที่พยายามจะขับเรือหนีก็ไปไม่รอด เพราะสารวัตรหนุ่มยิงถังน้ำมันของเรือทิ้งจนเกิดระเบิดเพื่อไม่ให้คนร้ายหนีรอดไปได้ ในที่สุดคนร้ายที่เหลือก็ถูกจัดการเรียบร้อยไปอีกราย ตำรวจทุกนายกระจายเข้าเคลียร์พื้นที่ดังกล่าว และคุมตัวคนร้ายที่เหลือ สารวัตรหนุ่มพร้อมด้วยลูกน้องเดินเข้าไปเช็คกระเป๋าที่เปิดวางทิ้งไว้ข้างในนั้นมียาบ้าอัดแน่นอยู่เต็มกระเป๋า ส่วนอีกใบเป็นธนบัตรสีเทาอันแน่นอยู่ด้วยเช่นกัน สารวัตรหนุ่มมองกระเป๋าทั้ง 2 ใบแล้วถอนหายใจ ก่อนจะพูดเปรยๆ ออกมาว่า

เพราะเจ้านี้แหล่ะที่คอยทำลายชีวิตคน ทำลายประเทศชาติ ลูกน้องอีกสองคนก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน ชายหนุ่มรุ่นน้องเอ่ยด้วยน้ำเสียงเครียดๆ พอกัน

กวาดล้างเท่าไรก็ไม่หมดสักที ชายหนุ่มรุ่นน้องแอบถอนหายใจแต่ไม่พ้นสายตารุ่นพี่ที่ส่งยิ้มที่มุมปากมาให้

ทำไม !?! ท้อใจแล้วเหรอ เพิ่งเริ่มงานได้ไม่เท่าไรเองนะเว้ย สารวัตรเอ่ยเล่นๆ เพราะรู้ว่ารุ่นน้องคนนี้มีใจมุ ่งมั่นแค่ไหน เรื่องแค่นี้ไม่ทำให้ชายหนุ่มน้อยใจง่ายๆ หรอก

ก็แค่พูดไปงั้นเองครับสารวัตร เรื่องแค่นี้...ไม่ท้อง่ายๆ หรอก พวกมันหามาได้เราเองก็ต้องกำจัดๆ ได้ ให้รู้ไปสิว่าใครจะแน่กว่ากัน ชายหนุ่มรุ่นน้องพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น ทำเอาสารวัตรหนุ่มกับลูกน้องอีกคนยิ้มด้วยความภูมิใจ ตั้งแต่ชายหนุ่มผู้นี้เข้ามารับตำแหน่งที่นี้ ทุกครั้งที่ออกพื้นที่ ชายหนุ่มจะทำได้ดีไม่มีที่ติ และไม่เกรงกลัวอันตรายใดๆ เลย สารวัตรหนุ่มและลูกน้องจำได้เมื่อวันที่ชายหนุ่มผู้นี้ก้าวเข้ามาภายในสำนักงานเป็นครั้งแรกก็มีการรับน้องลองใจกันซะหน่อยแต่ก็ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มท้อใจเลยสักนิดกลับยิ้มและหัวเราะได้เป็นปกติ ทำเอาตำรวจทุกนายในสำนักงานแห่งนี้รู้สึกภูมิใจในตัวชายหนุ่มาก จะมีนายตำรวจสักกี่คนที่มีใจมุ่งมั่นยอมทำงานหนักเพื่อประเทศชาติขนาดนี้ได้

หลังจากนั้น สารวัตรหนุ่มก็กลับมานั่งเขียนรายงานถึงผู้บังคับบัญชาจนเสร็จ ขณะที่กำลังเตรียมตัวจะเอาไปส่งนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ชายหนุ่มขานรับ ร่างของนายตำรวจรุ่นน้องแทรกตัวเข้ามา ยืนทำความเคารพก่อนจะยื่นแฟ้มเอกสารส่งให้ ชายหนุ่มรับมาเปิดดูคร่าวๆ ก่อนที่จะทักทายกับรุ่นน้อง

ไง งวดนี้ออกรบมันมั้ย ชายหนุ่มพูดไปแต่สายตาก็จับจ้องอยู่ที่แฟ้ม ก่อนที่จะชี้ที่เก้าอี้ให้รุ่นน้องได้นั่งคุยกันสบาย

มันดีครับ ได้ออกกำลังกายไปในตัว ชายหนุ่มยิ้ม หัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนที่จะพูดต่อไปว่า

แต่ผมว่าข่าวเย็นนี้ต้องมันกว่างานนี้แน่ๆ ภาคีนัยขมวดคิ้ว เหลือบตามองรุ่นน้องของตนอย่างระแวง

มันกว่ายังไงว่ะ มันจะมาไม้ไหนว่ะเนี้ย

ก็...ผมว่าเย็นนี้ต้องมีข่าวเรื่องที่หน่วยกองปราบปรามพิเศษบุกจับนักค้ายาที่โกดังท่าเรือย่านคลองเตย นำโดย พ.ต.ต. ภาคีนัย เมธาธนานุกุล และได้ปะทะกับกลุ่มคนร้ายประมาณ 20 กว่าคน

แล้วไงว่ะ ไปบุกจับนักค้ายา ข่าวมันก็ต้องออกมาอย่างนั้นแหล่ะ แกจะให้มันออกมาว่าไปจัดงานเลี้ยงต้อนรับคนร้ายหรือไงว่ะ" สารวัตรหนุ่มพูดกวนๆ กลับไป นายตำรวจหนุ่มรุ่นน้องหัวเราะกับคำพูดกวนๆ ของรุ่นพี่ตน

โธ่! สารวัตรครับผมไม่ได้ถึงไอ้ข่าวนี้แต่เป็นเรื่องหลังจากนี้ต่างหาก ก็ถ้าคุณแม่นิรชาเห็นข่าวดังกล่าวในโทรทัศน์คุณแม่นิรชา ก็จะต้องรีบโทรมาหาสารวัตรทันที และเรียกตัวกลับบ้านเพื่อไปสอบปากคำ ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องที่คุณแม่จะหาลูกสาวคนนั้นคนนี้มาให้จะได้ไม่ไปทำอะไรบ้าบิ่นอีก นายตำรวจรุ่นน้องเอ่ยล้อชายหนุ่ม

ทำให้คนตรงหน้าถึงกลับสะอึกเพราะไม่คิดว่ารุ่นน้องจะรู้ดีขนาดนี้ ก็จะไม่ให้นายตำรวจหนุ่มรุ่นน้องรู้ดีได้ยังไง ในเมื่อหมอนี้เป็นลูกชายเพื่อนสนิทพ่อที่ตอนนี้ทำธุรกิจร้านเพชรที่เมืองกาญจน์กับภรรยา หมอนี้เลยเข้าๆ ออกๆ บ้านเค้าหลายครั้งจนกลายเป็นลูกชายบ้านนี้ไปอีกคน แม่เค้าเองยังแกล้งบ่นเล่นๆ อยู่เลยว่า

เมื่อไรแม่จะมีลูกสาวกับเค้าซะทีนะ ที่ได้มาก็มีแต่ลูกชาย ไม่มีลูกสาวซะที

คุณแม่ก็บอกพวกพี่ๆ รวมทั้งพี่นะเค้าสิครับให้หาลูกสาวมาให้คุณแม่ไว้ๆ ชายหนุ่มเสนอความคิดแต่ได้สายตาอำมหิตจากชายหนุ่มอีก 4 กลับมาแทน

เฮ้อ! บอกไปก็เท่านั้นไม่ยอมหามาให้แม่หรอกมีลูกลิง ลูกค่างตั้ง 4 คนแต่ก็ไม่ยอมหามาให้แม่เลยสักคนเดียว สงสัยแม่คงต้องหามาให้แล้วมั้ง เริ่มจากใครก่อนดี ชายหนุ่มทั้ง 4 คนเริ่มชี้คนนั้นคนนี้ ปฏิเสธกันยกใหญ่

แม่ก็ให้ไอ้เมฆมันมีก่อนสิครับ แล้วผมกับพี่จะได้มีตาม ชายหนุ่มหมายถึงรุ่นน้อง ร.ต.ท. เมธา อัทธนิจชา ภาคีนัยออกความคิดโดยมีวายุ พี่ชายคนรองเป็นลูกคู่สนับสนุน

ใช่ๆๆๆๆเลยครับแม่ เริ่มที่ไอ้เมฆมันก่อนเลยเพราะมันเป็นตัวต้นคิด เมธาสั่นหน้าพลางอ้อนประหนึ่งว่าตัวเองเป็นลูกคนเล็กคนบ้านนี้

แม่ครับ เรื่องหาลูกสาวสะใภ้ไม่มีปัญหาหรอกครับ แม่ไม่ต้องกลุ้มใจกับเมฆหรอกครับ เพราะยังไงเมฆก็สามารถหาลูกสะใภ้มาให้แม่ได้แน่นอน เห็นลูกอ้อนของเมธาทำเอา วายุและภาคีนัยหมั่นไส้ นทีนอนอ่านหนังสืออยู่ก็ขอแซวบ้าง

จะมีปัญญาจีบสาวกะเค้าหรือว่ะไอ้เมฆ ฉันเห็นแกก็บ้างานพอๆ กันกับพวกฉันนั้น

แหล่ะ ไม่ใช่พวกจีบแล้วซิ่งเหรอว่ะ

โธ่! พี่คร๊าบ คนอย่างไอ้เมธา ไม่มีทางจีบสาวๆ แล้วซิ่งหรอกครับมีแต่...

จีบไม่ติด เมาะพูดไม่ทันจบทั้ง4 คนก็พูดดักขึ้นมาพร้อมกันซะก่อนพร้อมทั้งหัวเราะดังลั่นบ้าน เมธาได้แต่ยืนอึ้งพูดไม่ออกเพราะคำตอบมันถูกต้อง แม่นิรชาเห็นลูกๆ ล้อกันก็อดที่จะขำไม่ได้ พลางคิดในใจว่า ถึงจะโตเป็นหนุ่มกันแล้วยังไง ในสายตาของแม่ลูกๆ ก็ยังเป็นเด็กเสมอ

ในขณะที่ทั้งสองหนุ่มกำลังคุยกันอยู่ในห้องทำงานอยู่นั้น มือถือของภาคีนัยก็ดังขึ้นชายหนุ่มหยิบขึ้นมาดูพลางถอนหายใจก่อนจะหันไปมองรุ่นน้องที่นั่งยิ้มอยู่แล้วยักคิ้วให้อย่างรู้ทัน

ไอ้เจ้านี้มันโทรไปบอกแม่เค้าก่อนรึป่าวว่ะ ภาคีนัยตัดสินใจรับหลังจากที่ชั ่งใจอยู่นาน

สวัสดีครับแม่

ต้นเหรอลูก เป็นยังไงบ้าง เสียงของแม่นิรชาพูดมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน แต่เจ้าตัวกลับไปรู้สึกเฉยๆ มากกว่า

ผมไม่เป็นไรครับแม่ แสดงว่าแม่เห็นข่าวแล้วใช่มั้ยครับ

จ๊ะ ลูกไม่เป็นอะไรแน่น่ะ นางถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

คร๊าบบบบบ ร่างกายครบ 32 ความเป็นชายยังอยู่ดีครับ ชายหนุ่ยล้อเลียนกลับส่งผลให้คนที่นั่งอยู่ด้วยภายในห้องถึงกลับหัวเราะก๊ากออกมา

ตาต้น ชอบพูดเล่นอยู่เรื่อยเลยนะเรา แม่เป็นห่วงจริงๆ นะ นางเริ่มดุลูกชายบ้าง

ครับๆๆๆ ผมขอโทษครับแม่ เอาเป็นว่าผมสบายดีก็แล้วกันนะครับ เจ้าเมฆก็เหมือนกัน เมธาได้ทีชูสองนิ้วทำท่าเหมือนกรรไกรตัดกระดาษจะมาตัดที่ความเป็นชายของชายหนุ่มรุ่นพี่ (ว้าย! น้องเมฆ ทำอะไรน่ากลั๊ว...น่ากลัว เจ๊ล่ะกลัวแทนน้องต้นซะจริงๆ เลย) ชายหนุ่มรุ่นพี่เอี้ยวตัวหลบก ่อนจะหันไปเขกหัวเจ้ารุ่นน้องจอมแสบหนักๆทีนึง ทำเอาเมธาพูดไม่ออกอยู่พักใหญ่ ส่งสายตาอาฆาตพร้อมกุมหัวที่โดนเขกมาที่ชายหนุ่มที่กำลังยิ้มและยักคิ้วให้ ภาคีนัยคุยอยู่สักพักก็วางสาย เมธายิ้มอย่างรู้ทันว่ารุ่นพี่โดนเรียกกลับบ้านแน่ๆ

คราวนี้กลับไปเมื่อไรล่ะพี่

มะรืนนี้ก็แล้วกัน หยุด 3 วันติดกันพอดี

ไปอยู่พักผ่อนนานๆ ก็ได้นะพี่ คุณแม่เค้าคงคิดถึงพี่เล่นไม่กลับบ้านเป็นเดือน

สามวันพอ อย่าให้นานกว่านี้เลย ไม่งั้นฉันโดนจับแต่งงานอยู่ที่บ้านแหงๆ จะกลับด้วยกันมั้ยล่ะ ชายหนุ่มเอ่ยชวน แต่นายตำรวจหนุ่มรุ่นน้องปฏิเสธเพราะตนเองก็จะกลับบ้านเหมือนกันหลังจากที่โดนแม่บ่นว่ารักงานมากกว่าแม่ ภาคีนัยจึงไม่เซ้าซี้และชายหนุ่มรุ่นน้องก็ขอตัวกลับไป

เฮ้อ! กลับไปงวดนี้จะเจอดีอะไรรึป่าวนะ....

..........................................................

to be continue...section 4 (ค่อยๆอ่านนะ อาจจะไม่ดีเท่าบทก่อนๆ)

PS. คุณนัทธนิชาต๋า เข้ามาอ่านด้วยหรอเนี่ย เอ...ว่าแต่ ไปเอา url บล็อกมาจากไหนเนี่ย

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
นิยายแนวบู๊ๆด้วย
เขียนเก่งนะคะ อ่านแล้วจินตนการภาพตามได้
#1  by  sea~of~love At 2006-01-30 20:53, 
แหม! คุณ kapmajang ไอ้กระผมก็อยากจะเข้ามาดูนั้นดูนี้บ้างนี้ครับ แล้วที่ผมเอา url มาจากไหน อัจฉริยะอย่างผมทำได้สบาย 5555555
#2  by  นัทธนิชา (203.156.25.181) At 2006-01-30 23:08, 

<< Home


นัทธนิชา
View full profile