ไม่รู้จะมีใครจำได้มั่งอ่าน้า...
วันนี้เอากลอนเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมาฝากกันจ้า
"ธรรมชาติ"
เชิญชมธรรมชาติล้วน ชวนชม
เพลินพิหคเหินลม เพริศแพร้ว
พฤกษชาติดาษอุดม พาชื่น
หลายส่ำปลาล้วนแล้ว หลากสี
บัดนี้มนุษย์น้อม นำพา
น้ำเน่าจนปูปลา ด่าวดิ้น
โค่นไม้จวบวนา วินาศ
มวลชีพจักม้วยสิ้น หมดสูญ
ดร.ประเสริฐ ณ นคร
ส่วนอันนี้ ไม่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม แต่เป็นความชอบส่วนตัว หุหุ (^ ^)
"ป่าเปลี่ยว"
ข้าได้ไป...
ในถิ่นแดนแสนไกลไพรพฤกษา
ข้ามโขดเขินเนินเขาเนาพนา
ข้ามหุบผาเลียบเหวด้วยจริงใจ
ในพงพฤกษ์ลึกชัฏลัดเลาะล่อง
แสนคะนองนึกสนุกสุขสดใส
สงัดเงียบเยียบเย็นเห็นแต่ไพร
เสนาะในโสตรสดับพฤกษ์ขับครวญ
นกป่าคูคู่ขันกระชั้นประสาน
เรไรขานหริ่งหริ่งกริ่งกริ่งหวน
ไผ่บรรเลงเพลงหวานมานรัญจวน
สาบดินอวลป่าตระหลบอบฤดี
ดอกไม้ไพรไขกลีบรีบต้อนรับ
ผีเสื้อจับระบำร่อนฟ้อนหลากสี
ปุยเมฆลิ่วริ้วราบทาบคีรี
อาบชีวีอุ่นชีวิตไม่คิดกลัว
ถึงมีบาปสาปรักหนักในจิต
ให้เปลี่ยวคิดปลีกมิให้ใครมาหัวว*
วิญญาณป่าปลอบมิให้ใจมึนมัว
ในป่าทั่วเปลี่ยวทวียิ่งชีวัน
ป่าดุจใจกว้างใหญ่ไม่สุดสิ้น
ทุกข์ถวิลเทวษครวญชวนจิตฝัน
เอาทุกข์ทอดปลอดไปจากใจพลัน
เปลี่ยวป่านั้นปลอบไซร้ว่า...ให้ลืม!!
คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ
* ในหนังสือเขียน"หัวว" ก็เลยพิมพ์ตามนั้น ไม่แน่ใจว่า พิมพ์ผิด หรือต้นฉบับเขียนอย่างนี้จริง
กลอนบทนี้ อ่านแล้วอยากไปเที่ยวป่าจริงๆ (^__^)
ที่มา: ทั้ง 2 บท มาจากหนังสือ สวนหลวงทิพย์กวี เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ ๓ รอบ
....วันนี้มาร่ายกลอนเลยนะ