2006/Jun/10

Section 30:

มาตั้งแต่เมื่อไรล่ะเรา

สักครึ่งชั่วโมงได้แล้วค่ะพ่อ มาถึงก็ไปช่วยแม่ทำกับข้าวอยู่แต่ในครัว หญ้าเห็นว่าใกล้เที่ยงแล้วเลยมาตามพ่อไปกินข้าว พ่อพิชัยยกนาฬิกาขึ้นมาดูก็เห็นว่าใกล้เที่ยงแล้วจริงๆ จึงให้ทุกคนไปพักผ่อนซะก่อน ในขณะที่กอหญ้ากับพ่อกำลังเดินมาผ่านกลุ่มคนงานอีกที่กำลังนั่งทานข้าวอยู่นั้น หญิงสาวก็หันไปเห็นคนงานหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังอุ้มลูกน้อยอายุประมาณ 2-3 เดือนได้ ด้วยความที่ชอบเด็กอยู่แล้วจึงเดินเข้าไป หญิงคนนั้นยิ้มให้ขณะนั่งอยู่ข้างๆสามีที่ทานข้าวไปเล่นกับลูกน้อยไป พ่อพิชัยเดินมาตามมาข้างหลัง

เค้าชื่อพี่ นิ่ม จำพี่เค้าได้มั้ย บ้านเค้าอยู่ข้างๆ บ้านกำนันพงศ์ไงลูก กอหญ้าหันไปพยักหน้ารับ แต่มือก็ยังจับที่มือเล็กนั้นอยู่โยนไปมาเบาๆ หญิงสาวเงยหน้าหันไปถามหญิงที่ชื่อนิ่ม ที่กำลังอุ้มลูกน้อยอยู่

น้องชื่ออะไรค่ะพี่นิ่ม แล้วเป็นผู้หญิงหรือว่าผู้ชายค่ะ หญิงสาวหันไปยิ้มให้สามีที่ยิ้มตอบกลับมาเช่นกัน หญิงสาวผู้นั้นตอบกอหญ้าด้วยรอยยิ้ม

น้องเป็นผู้ชายค่ะ ชื่อน้องใบไม้ 

นายหัวตั้งให้นะครับคุณหนู เอ๊ย! คุณกอหญ้า ชายหนุ่มผู้นั้นยิ้มเก้อ เพราะใครๆ ต่างก็รู้กันดีว่าคุณๆ ทุกคนโดยเฉพาะกอหญ้าไม่ชอบให้เรียกว่าคุณหนู เพราะไม่อยากให้ทุกคนคิดว่าเราต่างหาก ดังนั้นทุกคนจึงเปลี่ยนใจมากเรียกคุณแทนเพราะอย่างน้อยก็ให้พวกพี่ๆ ของกอหญ้าและกอหญ้าเห็นแก่บุญคุณที่นายหัวได้ช่วยเหลือกันมาตลอด กอหญ้ายิ้มให้ และหันไปมองพ่อ

น้องเค้ามาหาพ่อ พ่อเองก็ไม่รู้ว่าจะตั้งชื่อเล่นว่าอะไรดี คิดๆ ไปอยู่ก็เห็นใบไม้ร่วงลงมาก็เลยตั้งชื่อว่าใบไม้ดีกว่า และน้องก็เกิดในร่มไม้นี้ด้วย จริงมั้ย ทุกคนรับคำร่วมทั้งกอหญ้าด้วย ชายหนุ่มผู้นั้นยังพูดต่ออีกว่า

นากจากนี้ นายหัวยังให้กำไลข้อเท้าลูกผมอีกครับ แกพูดพลางจับที่ข้อเท้าของลูกชายเบาๆ กำไลข้อเท้าทองคำหนักประมาณ 2 สลึงทั้ง 2 ข้าง กอหญ้าจับขาทั้งสองข้างนั้นโยนเบาๆ ได้ยินเสียงดังกรุ๊งกริ๊งก็ชอบใจ คนงานที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างก็ยิ้มตามไปด้วย ชายหนุ่มผู้นั้นยังพูดต่อไปอีกว่า

ผมจะเลี้ยงให้ดีแบบนายหัวเลยครับ พ่อพิชัยหัวเราะลั่น ก่อนหันไปตบที่บ่าเบาๆ

ไม่ต้องให้ดีแบบฉันก็ได้ ขอให้เป็นคนดี เป็นลูกที่ดีก็พอ เชื่อเถอะ! เลี้ยงเค้าด้วยความรัก เค้าก็จะโตมาเป็นคนดีเองแหล่ะ ชายหนุ่มยิ้มขอบคุณและหันไปเล่นกับลูกน้อยและภรรยาตนต่อ พ่อพิชัยขอตัวและโอบไหล่ลูกสาวเดินกลับบ้านไป

......................................................................

P.S.ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาโพสเลย ทั้งเรียน ทั้งดูบอล (^O^) ไม่มีเวลาเลยครับ ยังไงก็อย่าลืมกันนะ

Finally, อังกฤษจงเจริญ \(^O^)/\(^O^)/\(^O^)/!!!!!!!!!!!!

2006/Jun/06

Section 29:

ณ บริเวณไร่ร่มไม้ ต้นองุ่นที่ปลูกเป็นแถวเรียงยาวในพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ข้างๆ เป็นแปลงเพาะกล้วยไม้และไม้ดอกต่างๆ ส่วนถัดมาก็เป็นแปลงกุหลาบนานาพันธุ์ที่ตอนนี้ส่วนใหญ่กำลังอ่อนดอกสวยงาม

ถัดจากไร่นั้นไปเป็นบ้านไม้ 2 ชั้นที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนักตั้งอยู่ในหมู่ต้นไม้ใหญ่ที่ดูร่มรื่นคอยบดบังแสงอาทิตย์ไม่ให้ตัวบ้านต้องรับกับความร้อนมากนัก ห่างจากตัวบ้านไปไม่ไกลนักก็มีลำธารสายเล็กๆ ไหลผ่าน จนชาวบ้านแถวนี้ต่างเรียกบ้านหลังนี้ว่า บ้านริมธาร โซโลน่า วีออสสีเงินค่อยๆ เลื่อนเข้ามาจอดภายในโรงจอดรถข้างตัวบ้านช้าๆ ร่างของหญิงผู้สูงวัยในชุดเสื้อลูกไม้แขนสั้นกับผ้าถุงสีกรมท่ารีบเดินลงจากตัวบ้านไปที่โรงจอดรถทันที ร่างบางของน้องเล็กสุดรีบวิ่งลงจากรถไปกอดหญิงผู้นั้นทันที

แม่ขา สวัสดีค่ะ กอหญ้ายกมือไหว้ก่อนเข้าไปกอดผู้แม่ไว้แน่น คิดถึงแม่จังเลยค่ะ ว่าแล้วก็หอมแก้มแม่เป็นของแถม แก้วเจ้าจอมและพวงแสดตามลงมาอีกคน ยกมือไหว้ผู้เป็นมารดาก่อนจะหันไปกอดและหอมแก้มมารดาด้วยอีกคน แม่อนงค์กอดลูกทั้งสามคนด้วยความรัก นานแค่ไหนแล้วที่นางไม่ได้เจอลูกๆ เลย พวงแสดต้องทำงานอยู่ที่ชลบุรีในขณะที่ตอนนี้ทั้งแก้วเจ้าจอมกับกอหญ้าต้องเรียนหนักเพราะใกล้จะเรียนจบแล้ว จึงทำให้ทั้งสามสาวไม่ค่อยได้กลับบ้านบ่อยนัก วันนี้นางได้มาเห็นหน้าลูกๆ อยู่กันพร้อมหน้าก็ชื่นใจ

สี่สาวชวนกันยกของไปเก็บที่ห้อง ก่อนจะเข้าไปช่วยมารดาเตรียมกับข้าวในห้องครัว จนเมื่ออาหารเตรียมพร้อมใกล้เสร็จแล้ว

แม่ค่ะ เดี๋ยวหญ้าไปตามพ่อที่ไร่ให้นะค่ะ ผู้เป็นแม่หยักหน้านิดๆ และกำชับลูกสาวคนเล็กว่า

หญ้าไปเล่นอะไรซุกซนนะกอหญ้า เสียงขานรับดังตอบกลับมา แม่อนงค์ส่ายหัวด้วยความระอากับความซนและไม่เรียบร้อยของลูกสาวคนเล็กที่ซุกซนมากกว่าใครเพื่อน แต่นางก็ยังรักและเอ็นดูลูกคนนี้มากเหมือนกัน

กอหญ้าเดินผ่านประตูรั้วที่เชื่อมต่อกับไร่ร่มไม้และบริเวณบ้าน หญิงสาวเดินไปตามทางเดินที่สองข้างทางเป็นต้นองุ่นที่ขึ้นเรียงรายออกผลเป็นพวงสวยงามน่าทาน คนงานประมาณ 4-5 คนกำลังช่วยกันตกแต่งดูแลกิ่งและพวงองุ่นอยู่ สายตากลมโตของหญิงสาวก็ไปสะดุดกับร่างอ้วมท้วมที่ใส่เสื้อยืดสีเขียวแบบของพวกทหารยืนช่วยคนงานจัดตกแต่งต้นองุ่นอยู่อีกกลุ่มนึง กอหญ้าค่อยๆ เดินเข้าไปหาช้าๆ เบาๆ ที่สุด คนงานทั้งหญิงและชายที่ดูมีอายุหน่อยบางคนหันมาเห็นแต่กอหญ้าก็ทำปากจุ๊ไม่ห่างอ้วนท้มนี้รู้ตัว บางคนก็อมยิ้มไม่พูดอะไร ในจังหวัดที่กอหญ้ากำลังจะกระโดเข้าไปล็อคคอทางด้านหลังนั้น ร่างอ้วมท้วมนั้นก็ได้พูดขึ้นมาว่า

หยุดอยู่ตั้งนั้นเลยนะไอ้ลูกสาวที่น่ารัก! หญิงสาวยืนยกมือค้าง เห็นว่าผู้เป็นพ่อรู้ตัวแล้วก็ยกมือไปมาแก้เก้อพลางทำหน้าเซ็งๆ คนงานที่ยืนอยู่ตรงนั้น และบางส่วนที่กำลังทำงานอยู่ถึงกับหัวเราะ กอหญ้าได้แต่ยิ้มให้แก้เขินเท่านั้น พลางเข้าไปกอดพ่อ

พ่อรู้ได้ไงว่าเป็นหญ้า กอหญ้าตัดพ้อ ร.อ.พิชัย อดีตนายทหารบก ยกมือหยาบกรานที่ผ่านการทำงานมาอย่างหนักลูบหัวลูกสาวคนเล็กเบาๆ

มามุขนี้มันจะมีใครซะอีก ถ้าไม่ใช่...ไอ้จอมแสบประจำบ้าน มือหนานั้นโยนหัวลูกสาวคนเล็กเบาๆ กอหญ้าค้อนให้พ่อนิดๆ ก่อนหันไปยกมือไหว้พี่ๆ ลุงป้าน้าอาที่ยืนอยู่แถวนั้น ทุกคนต่างรับไหวและยิ้มให้ด้วยความยินดี เพราะรู้ดีว่านายทุกคนของบ้านนี้ไม่เคยถือเนื้อถือตัว แม้ว่าผู้เป็นนายใหญ่จะเคยเป็นทหารมาก่อนก็ตามแต่กลับมีน้ำใจ คอยช่วยเหลือชาวบ้านเสมอ ส่งผลให้ลูกๆ ทั้ง 4 คนก็มีนิสัยเช่นเดียวกัน

.

P.S. คิดถึงทุกคนนะคร๊าบ (^O^)

2006/May/20

Section 28:

ภายในห้องนอนชั้นบนของลูกชายคนโต พิภพ เมธาธนานุกุล กำลังนั่งเคลียร์เอกสารอยู่บนโต๊ะทำงานอย่างใจจดใจจ่อ ร่างสูงผิวสีขาวเริ่มออกเปลี่ยนเป็นผิวสีเข้มเพราะความตรากตรำทำงานในไร่มานานหลายปี ชายหนุ่มในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์สีน้ำเงินที่ตอนนี้เริ่มมีสีซีดเหตุเพราะผ่านการทำงานในไร่และภายใน

รีสอร์ทมาอย่างแสนสาหัส สายตาของชายหนุ่มจับจ้องอยู่กับแฟ้มเอกสารภายในมือก่อนละสายตาไปจับจ้องที่หน้าจอคอมพิวเตอร์

ก๊อก!!!!....

เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มละสายตาขึ้นมามองเล็กน้อยก่อนจะตอบออกไป

เชิญครับ ปากก็ตอบกลับไปแต่สายตานั้นยังจับจ้องที่หน้าจออยู่ ร่างอ้วนท้วมของคุณแม่บ้านประจำบ้านค่อยๆ เปิดประตูเข้ามาช้า ชายหนุ่มหันมายิ้มให้ในขณะที่ตัวเองกำลังง่วนอยู่กับข้อมูลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ แม่บ้านอุ่นเรือนมองลูกชายคนโตของบ้านแล้วได้แต่ถอนหายใจ ลากร่างอันอ้วนท้วมเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่นั่งอยู่ มือทั้งสองข้างวางลงบนไหล่ทั้งสองของชายหนุ่มจนชายหนุ่มต้องละสายตาหันมามอง

พักก่อนเถอะค่ะคุณต่อ ลงไปทานข้าวเถอะค่ะเดี๋ยวค่อยมาทำต่อ นะค่ะ น้ำเสียงอ่อนโยนในตอนท้ายทำเอาพิภพยอมจำนนแต่โดยดี ชายหนุ่มบอกแม่บ้านผู้สูงวัยว่าขอจัดการงานสักแป๊บนึงแล้วจะตามลงไป หญิงสูงวัยยิ้มรับคำและเดินออกจากห้องแต่สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับรูปที่วางอยู่บนชั้นหนังสือ รูปของพิภพกับหญิงสาวคนหนึ่งในชุดรับปริญญา ใบหน้าทั้งสองคนในรูปที่ยิ้มให้กันอย่างมีความสุข แม่บ้านผู้สูงวัยจ้องมองรูปที่ตั้งอยู่สลับกับมองไปที่ชายหนุ่มที่กำลังจัดการเก็บเอกสารบนโต๊ะ น้ำตาเริ่มคลอ แกคิดในใจว่าถ้าไม่เกิดเรื่องเมื่อวันนั้นป่านนี้พิภพคงมีชีวิตครอบครัวที่มีความสุขไปนานแล้ว พิภพจัดการเก็บเอกสารทั้งหมดจนเรียบร้อยและหันมายิ้มให้แม่บ้านหรือแม่นมของตัวเอง แม่บ้านอุ่นเรือนพยายามทำตัวให้เป็นปกติ นางยิ้มให้กับชายหนุ่มผู้เป็นเหมือนทั้งลูกทั้งหลานคนนึง ชายหนุ่มประคองแม่บ้านอุ่นเรือนออกจากห้องไป

บริเวณระเบียงไม้ อาหารทุกอย่างถูกจัดวางไว้บนโต๊ะอย่างสวยงาม แม่เลี้ยงนิรชากับพ่อเลี้ยงนักรบนั่งรออยู่ก่อนแล้ว วายุโผล่หน้ามาเป็นคนแรกเห็นจานกุ้งทอดสีเหลือง น่ากินวางอยู่ตรงหน้าก็รีบคว้าทันทีแต่ผู้เป็นแม่ไหวกว่าตีมือลูกชายคนรองดังเพี๊ยะ ทำเอาวายุหน้ามุ่ยทันที

เดี๋ยวเหอะนะ! ต่อเต้ย เอามือไม้สกปรกมาจับกับข้าวได้ยัง แม่นิรชาบ่น ลูกชายคนรองยกมือทั้งสองให้ดูทันที

คุณครูครับ ผมอาบน้ำ ล้างมือสะอาดแล้วนะครับ ไม่เชื่อดูสิครับคุณครู วายุล้ออาชีพเก่าของมารดา

เมื่อก่อนแม่นิรชาเคยเป็นคุณครูมาก่อนแต่สอนระดับประถม ชายหนุ่มจำได้ว่าแม่เป็นครูที่เข้มงวดมากๆ ขนาดว่าตนเองกับพวกพี่ๆ ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันกับแม่ซึ่งเป็นครูประจำชั้นแต่กิตติศักดิ์เรื่องความดู ความเฮี้ยบเนี้ย ลือเลื่องไปทั่วโรงเรียน ต่างกับคุณครูอีกคนที่เป็นเพื่อนรักของแม่ รายนั้นเป็นคุณครูสอนพวกวิชางานบ้านงานเรือน และเป็นคุณครูประจำห้องพยาบาล ใครๆ ก็รักและชอบแกทั้งนั้นแต่น่าเสียดายที่พอภาคีนัยเรียนจบไปได้ 2 ปีแกก็ขอลาออกไปช่วยครอบครัวทำงาน ทำให้ชายหนุ่มไม่รู้ว่าตอนนี้คุณครูใจดีคนนั้นไปอยู่ที่ไหนแล้ว

อดีตผู้พันนักรบหัวเราะในลำคอกับความล้อเลียนของวายุ ผู้สูงวัยจำได้ว่าตอนเด็กคนที่โดนภรรยาของตนเองตีบ่อยๆ คือ วายุ กับภาคีนัย แต่โดนตีบ่อยแค่ไหนก็จำสักทีจนผู้เป็นแม่ต้องยกธงขาวยอมแพ้ แต่เมื่อมาเห็นลูกชายทั้งสองคนนี้แล้วนางก็หายเหนื่อยเพราะลูกทุกคนไม่เคยทำตัวเหลวไหลเลยสักครั้ง ก็คงจะมีแต่วายุที่มีแต่เรื่องผู้หญิงแต่ก็วางใจเพราะลูกชายคนรองได้ให้คำมั่นสัญญาไว้แน่นอนแล้ว แม่นิรชาตีแขนลูกชายคนรองเบาๆ วายุเข้ากอดมาอ้อนก่อนจะเข้าไปนั่งประจำที่ ไม่นานชายหนุ่มทั้งสามคนก็ตามมาสมทบ ทุกคนนั่งทานข้าวกลางวันอย่างมีความสุข อดีตผู้พันนักรบกับภรรยาดีใจที่วันนี้ได้อยู่กับพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก ถึงแม่ว่าลูกๆ ของตนจะงานหนักงานยุ่งมากแค่ไหน ก็จะปลีกเวลามาเยี่ยมบ้านเสมอ เพียงแต่วันนี้เป็นวันที่พิเศษที่ทุกคนมากันพร้อมหน้าทำให้นึกถึงตอนเด็กๆ ที่อยู่นั่งกินข้าวด้วยกันแบบนี้



นัทธนิชา
View full profile